เปลว สีเงิน

ก้าวหลังของ “คณะก้าวหน้า”

เจ้า “แก๊งสามมะกอก” นี่มัน “กวนบาท” ได้เก่งนะ
ผมชักชอบ
โดยเฉพาะบท “ดาวยั่ว” ของพรรณิการ์ เธอใจถึง-ถึงใจจริงๆ ผมเชื่อล้านเปอร์เซ็นต์ ใครเห็นแล้วไม่ “จิกเล็บ” ให้ตบ!อย่างในเรื่อง “ตามหาความจริง” ซี่รีส์ X ล่าสุดของคณะสามมะกอก ที่วิจารณ์กันตลาดแตกตอนนี้
“ถามหา-ล่าตัว” กันให้ควั่ก….

ใครวะ….
ที่ขับรถตระเวณยิงแสงเลเซอร์ไปตามจุดสำคัญหลายๆ แห่งในกรุงเทพฯ เช่นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, วัดปทุมวนาราม, แยกราชประสงค์

“กระทรวงกลาโหม”
อันเป็นสถานที่ราชการทางด้านการทหารและความมั่นคงประเทศ ดูเขาจะเจาะจงเป็นพิเศษ

เจาะจงยิงภาพและข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์เสื้อแดงเผาบ้าน-เผาเมืองใส่ตัวอาคาร

ถ้าเปลี่ยนแสงเลเซอร์เป็นกระสุนนะ มันคงไม่ต่างจากที่อิหร่านยิงจรวดใส่ค่ายทหารอเมริกันซักเท่าไหร่

ยับเยิน-ยับย่อยก็พอทน…..
แต่การที่ศูนย์บัญชาการทางทหารถูกโจมตีด้วยอาวุธแสงไอทีอย่างนั้น
มัน “ลูบคม” กันชัดๆ!

แถมยิงตัวโตๆ ย้ำหัวตะปู “ตามหาความจริง” หวังให้คนที่ไม่รู้เรื่อง-รู้ราว เกิดคำถามในใจ ทหารปกปิดอะไรที่คนกลุ่มนี้ตามหา?

ความจริง ทหารไม่มีอะไรต้องปกปิด
ตรงกันข้าม การเผาบ้าน-เผาเมือง เมื่อพฤษภา.๕๓ พวกแดงนปช.นั่นตะหาก ที่เผากันเอง และยังฆ่าทหาร

แล้วพยายามใช้ความหนังหนาหน้ากะล่อน ทั้งปก-ทั้งปิด-ทั้งบิดประเด็น โพนทะนาเจตนาให้คนเข้าใจว่า ทหารฆ่าประชาชน
ภาพข่าวราวเรื่องเหตุการณ์จะจะครั้งนั้น สำนักข่าวทั้งไทย-ทั้งเทศ ถ่ายทอดประจักษ์ตาคนทั้งโลกไปแล้วตอนนั้น

แล้ววันนี้ ใกล้จนตาตาย …….
จะร้องเพลงขายควายเลี้ยงพรรคก็ไม่มีคนฟัง เลยสุดทางของความด้าน
ทำเหมือนแก้ผ้า แล้วทาสีแดง ยืนตะโกน “ตามหาความจริง”

โถ…โถ…
แค่ (มึง) ก้มหน้ามองผ่านง่ามขาลงไป ก็จะเห็น “ความจริง” โตงเตงอยู่กับตัวแล้ว ยังจะเสือกตามหาจากใคร-ที่ไหนอีกล่ะ?
ไม่เชื่อถามทอนเขาดู

ตอนนั้น ก็ร่วมขบวนการกะเขาด้วยมิใช่หรือ เห็นมีภาพแอ้งแม้ง ร้อง โอ๊ยยย…เจ็บนะ ตอนทหารใช้กระสุนยางยิงน่ะ
ถ้าทหารฆ่าพวกจลาจลเผาเมืองจริงๆ
คงไม่อยู่ถึงวันนี้หรอก ตายเป็นหมาถูกรถทับคาถนนไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

ใครฆ่าทหาร, ใครตะโกน…เอาน้ำมันมาคนละขวด, ใครตะโกน…เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง, ใครตะโกน… พวกเราตกใจเข้าห้าง เข้าร้านแบรนด์เนม…ฯลฯ

นี่มันยุคไอที หลักฐานมียันครบหมดแหละ ไม่ต้องแถไปตามหาความจริงที่ไหนหรอก
แค่จิ้มไปถามอาจารย์กู ว่าหมาพวกไหนเผาบ้าน-เผาเมือง อาจารย์จาระไนเป็นฉากๆ ให้เลย!

นี่แหละ ตั้งแต่คืนอาทิตย์ ๑๐ พฤษภา.ถามหาตัวขบวนการยิงเลเซอร์กวนบาทกันควั่ก
แต่ตำรวจ-ทหารไม่ต้องเปลือง “หน่วยพิสูจน์สิทธิ์” ลงพื้นที่ค้นหา เพราะนางเอก “ช่อ พรรณิการ์” ออกมาเองเลย

โพสต์เฟซ……..

“คณะก้าวหน้า” ริเริ่มแคมเปญพฤษภา 35/53 และ #ตามหาความจริง ต้องการสะท้อน 2 เหตุการณ์สำคัญในเดือนพฤษภาคม ให้คนรุ่นหลังรับรู้ มาจับได้ หากมีกฎหมายเอาผิด

ก็เป็นที่สิ้นสงสัย ไม่ต้องถามต่อว่า ใคร…ตัวการยิงเลเซอร์?
“คณะก้าวหน้า”
ยี่ห้อใหม่ของสามมะกอกที่เลียนกันไปกับ “พรรคก้าวไกล” ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงรวมตระกูล “โคแดง-โคส้ม” นั่นเอง

งั้นซีเล่า ถึงได้ออกมา “เล่นบท” รับลูกกันเป็นฉากๆ หวังฉวยโอกาสเดือนพฤษภา.ที่เผาบ้าน-เผาเมืองกันเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว เป็นเชื้อปลุกระดมออกกันมากวนบ้าน-กวนเมืองอีก

เฮ้อ…..
น่าเห็นใจเนอะ มันหมดท่า หมดน้ำยา ที่จะพลิกฟื้นให้โคตรโกงกลับบ้านได้อย่างเท่ๆแล้ว

ก็ต้องเล่นลูก “หน้าด้าน-หน้าทน” แบบนี้ เข้าทำนอง ดิ้นก็ตาย ไม่ดิ้นก็ตาย
ฉะนั้น ดิ้นวัดใจมันไปเรื่อยๆ เผื่อฟลุ๊ก ตำรวจ-ทหาร หรือใครรำคาญ ออกมาแตะเนื้อ-ต้องตัวสามมะกอก หรือพวกแก๊งที่แต่งหน้าทาปากรออยู่หลังฉาก
จะได้ร้องให้คุณพ่อสหรัฐฯ ออกกฎหมายปกป้องและยึดประเทศไทย เหมือนที่สหรัฐฯ ทำกับฮ่องกงตอนนี้ ที่พวกม็อบฮ่องกงกลายเป็นอเมริกันกรายๆ อยู่เหนือกฎหมายฮ่องกงไปแล้ว!

สรุป คือ……..
เป็นที่สิ้นสงสัย ว่าใครบังอาจเที่ยวยิงแสงเลเซอร์หมิ่นเหม่ความมั่นคงราชอาณาจักรไปทั่วจุดสำคัญในกรุงเทพฯ

การที่พรรณิการ์ ออกมารับว่าเป็นผู้ทำเองในนามคณะก้าวหน้า และท้าให้ไปจับ ถ้ามีกฎหมายเอาผิด

คนดูสยิว ในบทยั่วของเธอ
แต่ตัวเธอคงไม่รู้สึกอะไร เพราะดูจะมั่นใจในมือกฎหมายอย่างปิยบุตรมาก ถึงกล้าท้า

ก็รอดู เห็นฝ่ายกลาโหมไปแจ้งความแล้ว และทางผบ.ตร.จักทิพย์, รองผบ.ตร.สุวัฒน์ กำลังพลิกคัมภีร์กฎหมายอยู่

เรื่องนี้ ในความเห็นผม การแสดงใดๆ ของคณะก้าวหน้า ไม่มีราคาที่ต้องไปให้แต่อย่างใด
แค่ “ยั่วอำนาจ” ถ้ารัฐบาลตอบโต้ จะได้ “มีราคา” ขึ้นมาบ้างเท่านั้น!

ตั้งชื่อคณะตัวเองว่า “ก้าวหน้า”
ไปตักน้ำใส่กะโหลกแล้วชะโงกดูเงาตัวเองบ้างซิ ว่าทุกอย่างที่ทำ มันมีอะไรที่ “ก้าวไปข้างหน้า” สมกับชื่อบ้าง?

ขึ้นต้นก็พาประเทศถอยหลังไป ๘๘ ปี
จะสานต่องานล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ของคณะก่อการ พ.ศ. ๒๔๗๕

นี่น่ะเรอะ “ก้าวหน้า” ของแก๊งสามมะกอก?
เห็นที่ช่อโพสต์ “ตามหาความจริง” แล้วติดแฮชแท็กหัวข้อที่ตามหา มีทั้ง….

“ถีบลงเขา-เผาลงถังแดง”
๑๔ ตค.๑๖
๖ ตค.๑๙
พฤษภา.๓๕
พฤษภา.๕๓

กูละหน่าย “คนรุ่นใหม่-ตะไคร่ขึ้น” เสียจริงๆ เพจติ๊กต๊อกเขายังขำ แต่ของเธอนี่มันเพจติ๊งต๊อง ถึงขั้นบ๊องหมอไม่รับรักษาแล้วนะเนี่ย

นี่…แม่คางช้วย เธอเกิดปีไหนจ๊ะ มกรา ๒๕๓๑ ใช่มั้ย แล้วรู้มั้ย “ถีบลงเขา-เผาลงถังแดง” มันเมื่อไหร่ คืออะไร เป็นเหตุการณ์ตอนไหน?

การหยิบเฉพาะหัวข้อมาพูดลอยๆ แบบนี้ ส่อเจตนาก็พอเข้าใจ แต่ระวัง จะมีคนเขาว่า “ส่อสันดาน” พาลหาเหตุโดยไม่รู้เรื่อง-รู้ความ

“ถีบลงเขา-เผาลงถังแดง” เป็นเหตุการณ์ช่วงคอมมิวนิสต์กับทหารต่อสู้กัน ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๐ ที่ภาคใต้ แถวๆ เขตพัทลุง

ดูตามปูมประวัติ พรรณิการ์ เกิด ๒๕๓๑, ธนาธร เกิด ๒๕๒๑ และปิยบุตร เกิด ๒๕๒๒
หมายความว่า คดี “ถีบลงเขา-เผาลงถังแดง”
-ก่อนพรรณิการ์เกิด ๒๑ ปี
-ก่อนธนาธรเกิด ๑๑ ปี
-ก่อนปิยบุตรเกิด ๑๒ ปี

ถามว่า ตัวเองเคยรู้เรื่องตอนนั้นมั้ย แล้วที่ยกมาเฉพาะเหตุ-เฉพาะตอน หวังผลเฉพาะประเด็น “ทหารฆ่าคน” แล้วใส่ถังน้ำมันเผา
เจตนาหวังสร้างภาพร้ายให้ทหาร และสร้างความชอบธรรมให้พวกเธอได้ออกชุมนุมด้วยข้อกล่าวร้ายให้คนเกลียดชังทหาร

แค่นี้จริงๆ มองเป็นประเด็นอื่นไม่ได้
เพราะคดีถีบลงเขา-เผาลงถังแดง ที่ดังขึ้นบ้าง ก็เพราะเป็นวาทกรรมสืบทอดเป็นรุ่นๆของขบวนการขวา-ซ้าย
มุ่งเฉพาะลีลา ไม่ลงเนื้อหาในบริบทเป็นจริง!

แล้ว “คณะก้าวหน้า” ก็หลับหู-หลับตา “ถอยหลัง” ไปหยิบวาทกรรมชังชาติ แต่อดีตกาลก่อนเกิด มาย่ำในแอ่งตีนเดิมหากินอีก

เฮ้อ….
“ก้าวหน้า” หาคุกละมั้งช่อ แบบนี้น่ะ!

 

LineID : plewseengern.com

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *