กลาโหม,  สังคม

ทบ.ชี้แจง ประเด็น ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ถูกดำเนินคดีจากการหนีราชการบนฐานความผิดวินัยทหาร ไม่ใช่จากเหตุนำข้อมูลการทุจริตไปเผยแพร่

ทบ.แถลงชี้แจง ประเด็นส.อ.ณรงค์ชัยฯ ถูกดำเนินคดีจากการหนีราชการบนฐานความผิดวินัยทหาร ไม่ใช่จากเหตุนำข้อมูลการทุจริตไปเผยแพร่ ส่วนประเด็นทุจริต ทบ.สั่งสอบสวนทันทีขณะนี้ส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช.แล้ว ย้ำการดำเนินคดี เป็นไปตามสายการบังคับบัญชาจากหน่วยต้นสังกัด แนะหากเจ้าตัวถูกข่มขู่ควรแจ้งความตามกฎหมาย

ตามที่เกิดกรณี ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี สังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ในฐานะผู้ร้องได้ออกมาให้ข้อมูลต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่างๆ อย่างกว้างขวาง โดยระบุว่า ได้ร้องเรียนเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณของหน่วยต้นสังกัดจนถูกสอบสวน มีคำสั่งลงโทษต้องหนีขาดราชการ เพราะถูกข่มขู่และอาจถูกปลดออกจากราชการ

กองทัพบกมีนโยบายและให้ความสำคัญกับการให้ความเป็นธรรมต่อกำลังพลในทุกเรื่องทุกปัญหาเดือดร้อน โดยผ่านกลไกตามสายการบังคับบัญชา กฎระเบียบ และกฎหมาย กรณีดังกล่าวมีบางเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงและบางเหตุการณ์ถูกนำไปเชื่อมโยง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ

ประเด็นแรก การร้องเรียน ของ ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ได้ใช้ช่องทางผ่านสายตรง ผบ.ทบ.ร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม มิได้ใช้ระบบการร้องเรียนตามสายการบังคับบัญชา โดยมีลำดับเหตุการณ์ ดังนี้

– ก.ย.62​เกิดกรณีพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้บังคับบัญชา

– ต.ค.62 ​หน่วยต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบ ผลสอบระบุกระทำผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยทหาร พิจารณาโทษจำขัง ระหว่าง 18 – 24 มี.ค.63

– 12 มี.ค. 63 ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ร้องเรียนผ่านสายตรง ผบ.ทบ.เรื่องการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้ระงับการสั่งขัง จากกรณีการผิดวินัยเมื่อ ก.ย.62

– 13 มี.ค. 63 โทรมาสายตรง ผบ.ทบ.ขอยกเลิกการร้องเรียนเมื่อ 12 มี.ค.63 (เนื่องจากศูนย์รับเรื่องร้องเรียนมีการประสานงานให้ เจ้าตัวเห็นถึงความจริงใจของ ทบ. ที่เรื่องร้องเรียนได้รับการช่วยเหลือ ทบ. ได้มีการตรวจสอบและให้หน่วยพิจารณาทบทวน ซึ่งต้นสังกัดยังคงผลการลงโทษตามเดิม เนื่องจากเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร)

– 18 มี.ค.63 ​หนีราชการ

– 19 มี.ค.63 ร้องเรียนผ่านสายตรง ผบ.ทบ. เรื่องการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม

– 14 เม.ย.63 ​ร้องเรียนผ่านสายตรง ผบ.ทบ. เรื่องการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม และเข้าร้องต่อคณะกรรมธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสภาผู้แทนฯ

– 27 เม.ย.63​ร้องเรียนต่อ กมธ.

ประเด็นที่สอง กองทัพบกดำเนินการตรวจสอบโดยทันทีเรื่องการทุจริตในศูนย์ซ่อมสร้างฯ

ประเด็นการให้ข้อมูลเรื่องการทุจริต ในศูนย์ซ่อมสร้างฯ ซึ่งประเด็นนี้แม้ว่า ผบ.ทบ. อาจไม่ได้รับเรื่องร้องในระบบ ทบ. แต่ด้วยมีการกล่าวถึงโดยข่าวสื่อมวลชน ในเรื่องนี้ ผบ.ทบ.ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการสอบสวนได้รายงานพบว่าน่าจะมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ผบ.ทบ.จึงมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป โดยส่งเรื่องต่อไปให้ ป.ป.ช. พิจารณา ซึ่งหาก ป.ป.ช. รับเรื่องไว้ไต่สวนและคดีมีมูล ในส่วนการวินิจฉัยจะมีผลทั้งทางคดีอาญาและทางวินัยต่อข้าราชการที่กระทำผิดต่อไป ทั้งนี้ยืนยันกองทัพบกไม่มีการปกป้องผู้ที่กระทำผิดต่อหน่วยงาน เพราะกองทัพบกก็ได้รับความเสียหายจากการทุจริตเช่นกัน

สำหรับการดำเนินการของ ทบ. ในเรื่องการทุจริตนั้น ในช่วงปลายเดือน เม.ย.63 ผบ.ทบ. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อไต่สวนเรื่องการทุจริต

ในศูนย์ซ่อมสร้างฯ จากนั้นช่วงปลายเดือน พ.ค.63 คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลการสอบสวน ทั้งนี้หากเทียบจากลำดับเหตุการณ์ตามห้วงเวลาจะเห็นได้ว่าการร้องเรียนเข้ามาที่สายตรง ผบ.ทบ. จะสอดคล้องกับห้วงเวลาที่ ผบ.ทบ.สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตศูนย์ซ่อมสร้างฯ แสดงให้เห็นว่า ทบ. ได้ดำเนินการทั้งสองเรื่องควบคู่กันไปโดยทันที แต่อาจจะไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้สาธารณะได้รับทราบ

ประเด็นที่สาม ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ถูกดำเนินคดีเพราะขาดราชการ มิใช่จากการร้องเรียน

สืบเนื่องจาก ส.อ.ณรงค์ชัยฯ มีข้อพิพาทกับผู้บังคับบัญชาเรื่องความประพฤติและกระทำผิดวินัยโดยไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย ใช้กิริยาวาจาไม่สมควรต่อผู้บังคับบัญชา ตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร มาตรา 2(5),2(7) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน ก.ย.62 โดยทางหน่วยต้นสังกัดได้มีการดำเนินการตามระเบียบ ด้วยการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและมีมติพิจารณาโทษกำหนดจำขัง 7 วัน ตั้งแต่ 18-24 มี.ค. 63 แต่มีการหลบเลี่ยง นำไปสู่การหนีราชการ ตั้งแต่18 มี.ค.63 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการหนีราชการเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร ที่ทหารทุกคนจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

หน่วยต้นสังกัดจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและดำเนินคดีในความผิดฐานหนีราชการ ทั้งในด้านวินัยและอาญา แต่ในกระบวนการทางคดีอาญา ศาลทหาร เป็นผู้พิจารณาต่อไป ดังนั้นจากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงชี้ให้เห็นได้ว่า ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ได้ถูกดำเนินคดีจากฐานความผิดเรื่องหนีราชการ มิใช่จากการที่ไปร้องเรียนการทุจริตในหน่วยงาน ( พ.ร.บ.วินัยทหาร เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของกองทัพ และของประเทศชาติ เป็นหลักกฎหมายสากลที่ใช้กับกองทัพทั่วโลก เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ)

ประเด็นที่สี่ หากมีการข่มขู่ถือเป็นคดีอาญา ที่ควรไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม

การที่ ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ผู้ร้องอ้างว่าถูกข่มขู่ รู้สึกไม่ปลอดภัยนั้น เข้าใจความรู้สึกของ ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ที่อาจมีความวิตกกังวลและเครียดกับเหตุการ์ที่เกิดขึ้น จนทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากมีหลักฐานองค์ประกอบหรือถูกกระทำก็สามารถใช้ช่องทางการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายบ้านเมืองปกติได้ น่าจะเหมาสมที่สุด ในส่วนของกองทัพบกพร้อมให้ความร่วมมือในทางคดีตามความเป็นจริง

ทั้งนี้ เรื่องการข่มขู่คุกคามจะเอาชีวิตนั้น เป็นเรื่องคดีอาญาทั่วไป ซึ่ง ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ควรจะใช้กระบวนการทางกฎหมาย โดยไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ซึ่ง ทบ.พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในทางคดีตามความเป็นจริง รวมถึงหากพนักงานสอบสวนร้องขอให้มีการคุ้มครองพยานตามขั้นตอนของกฎหมาย


ส่วนกรณีคลิป ฝ่าย สธน.ได้พิจารณาแล้ว เป็นการอบรม และขอขมากัน ในประเด็นผิดวินัยระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย เมื่อ ก.ย.62 และ ในบทสนทนาไม่ใช่เรื่องคดีเรื่องการทุจริตแต่อย่างใดรวมถึงไม่มีลักษณะการขู่อาฆาตแต่อย่างใด

ประเด็นที่ห้า ผบ.ทบ. ไม่ได้มีการสั่งการให้มีการดำเนินคดีต่อส.อ.ณรงค์ชัยฯ แต่เป็นการดำเนินการตามสายการบังคับบัญชาของหน่วยต้นสังกัด

– ส่วนที่บางบุคคลเข้าใจว่า ผบ.ทบ. ทราบเรื่องข่าวการทุจริตแล้ว ยังสั่งให้มีการดำเนินคดีกับ ส.อ.ณรงค์ชัยฯ ฐานหนีราชการ ทั้งที่ ส.อ.ณรงค์ชัยฯ เป็นคนนำเรื่องมาเปิดเผยให้กองทัพบกนั้น

– ความเข้าใจดังกล่าวอาจอยู่บนพื้นฐานของการมีข้อมูลไม่ครบถ้วนในข้อเท็จจริง ผบ.ทบ. ไม่ได้มีการสั่งการเกี่ยวกับการดำเนินคดีต่อกำลังพลดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการดำเนินการตามสายการบังคับบัญชาของหน่วยต้นสังกัด

– การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ ยังคงเป็นเรื่องที่ดีทั้งต่อกองทัพบกและสังคมไทย เหมือนกับกำลังพลอีกจำนวนหลายร้อยคน เช่น ผู้ที่ให้ข้อมูลมายัง ผบ.ทบ. ผ่านสายตรง ผบ.ทบ. หรือให้ข้อมูลมายังหน่วยงานที่มีหน้าที่ของ ทบ. เพื่อให้ ทบ. ดำเนินการแก้ไขให้ทุกเรื่องราวเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *