เปลว สีเงิน

สวัสดีแท็บเล็ต “จากคุณครู”

รู้แหละว่า “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” ช่วงนี้หนักหน่อย
ก็เห็นใจและซาบซึ้ง
แต่พลันที่ “นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน” ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง
……ขนลุก!

คุยเรื่องพากเพียรของแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ ขับเคี่ยวโควิดดีกว่า เลขที่ออกประจำวัน เมื่อวาน (๙ เมย.)
ติดเชื้อโควิดเพิ่ม ๕๔ ราย ยอดสะสม ๒,๔๒๓ ราย
ถอนหายใจเฮือกไปตามๆ กัน ใกล้หลัก ๓,๐๐๐ เข้ามาทุกที วันก่อน ๑๑๑ ก็ลุ้น…เจ้าประคู๊ณณณ ขอลงมา ๒ ตัวตรงๆ ด้วยเถ้อะ

ก็ ๒ จริงๆ แต่โฆษกเสียงทอง “นพ.ทวีศิลป์” บอกว่า ยังไม่พอใจ ต้องทำงานหนักกันต่อไป
จะพอใจไงไหว เพราะแนวรบราบด้านทิศใต้ ภูเก็ต สตูล ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา ดูความร่วมมือคนถิ่นแล้ว
โควิดบอกชอบ เข้าไปตั้งรกรากง่ายดี!

อีกทั้งไทยจำนวนมากในต่างประเทศ รอจ่อกลับเข้ามาเป็นร้อย-เป็นพัน เผลอๆ เป็นหมื่น!
แพทย์-พยาบาล เรอเอิ้ก… จะเป็นลม!
ความจริงเป็นไปหลายตลบแล้ว แต่กองทัพส่วนหน้าเหล่านี้ ไม่พูด-ไม่บ่น ให้สังคมต้องว้าวุ่นใจ

ทั้งไม่เคยร้องขออะไร ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตัวเองเลย
ดูรอบด้านแล้ว “ยังหนัก” และยังไว้ใจไม่ได้จริงๆ ว่าวันไหนจะ ๓ หลัก หรือ ๒ หลัก เพราะขึ้นอยู่กับ “ตัวแปร” รายวัน

ก็ถือซะว่า จะลด-จะเพิ่ม เป็นไปตามพระประสงค์พระผู้เป็นเจ้าละกัน!

คุยนอกประเด็นกันบ้าง…..
เมื่อวาน พูดถึงเรื่องเลื่อนเปิดเทอมจากพฤษภา.ไปกรกฏา.ซึ่งรัฐมนตรีศึกษาฯ “นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” บอกว่า
เกรงนักเรียนจะเรียนไม่ทัน จึงจะซื้อแท็บเล็ตเพื่อเรียน-สอนทางออนไลน์
ก็มีความชัดเจนจากท่านรัฐมนตรีณัฏฐพล วานซืน (๘ เมย.) ท่านบอกรายละเอียดว่า

จากการประชุมหารือร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ของกระทรวงศึกษาธิการ
ในส่วนจัดซื้อแท็บเล็ต จะใช้งบประมาณของ ศธ.
จะจัดสรรให้นักเรียนชั้นมัธยม ปีที่ ๔-๖ ทุกคนทั่วประเทศ

มัธยมต้น…ยัง รอการศึกษาถึงความเหมาะสม
“ผมไม่อยากให้ทุกคนนำปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต เรื่องการจัดซื้อแท็บเล็ต มาเป็นตัวกำหนดอนาคตการเรียนการสอนของเยาวชนไทย
ผมมั่นใจว่า ในการพิจารณาครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและมีความจำเป็นจะต้องนำการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์มาใช้
รวมถึงต้องให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งประเทศ ขณะเดียวกัน ในส่วนของอุปกรณ์ ที่จะดำเนินการจัดซื้อต้องดูในเรื่องของประสิทธิภาพให้เพียงพอต่อสถานการณ์ในปัจจุบันและการขยายโอกาสในอนาคต”

ครับ………
สรุปว่า แท็บเล็ตคืนชีพจริงๆ!
เมื่อวาน ผมบอกไม่เห็นด้วยไปคำ-สองคำ แต่ปรากฏว่า ทั้งคนทั่วไป ทั้งครูบาอาจารย์ ร้อยละ ๙๙ เม้นท์คัดค้านตรึม
จัดเรียน-จัดสอนออนไลน์ ไม่มีใครค้าน
แต่การซื้อแท็บเล็ต ค้านถึงไหน-ถึงกัน!

ความจริง เรื่องแท็บเล็ตยุคยิ่งลักษณ์ ที่นายจาตุรนต์เป็นรัฐมนตรีศึกษา
หลังจากคสช.เข้าควบคุมอำนาจประเทศ เมื่อ พค.๕๗
“พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย” ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ประชุมหน่วยราชการแล้ว

มีมติยกเลิกซื้อแท็บเล็ต ตามปีงบประมาณ ๕๖ ที่เหลืออยู่หนึ่งโซน และปีงบประมาณ ๕๗ ทั้งหมด
สรุป คือ เลิกใช้ “แท็บเล็ต” ในการเรียน-การสอนไปเลย แต่ครั้งนั้น
ผลาญกันไปเท่าไหร่ รู้มั้ย?

เป็นหมื่นล้าน เอาเฉพาะที่พล.ร.อ.ณรงค์เบรกเพื่อชาติไว้ เซฟงบปี ๕๖ ได้ ๑,๑๗๐ ล้าน งบปี ๕๗ มากถึง ๕,๘๐๐ ล้าน!

ส่วนที่รัฐมนตรีณัฏฐพลจะซื้อแจกนักเรียนมัธยม ปีที่ ๔-๖ ทั่วประเทศครั้งนี้ จำนวนเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ยังไม่มีรายละเอียด

ผมว่านะ ยังไม่สาย ที่ท่านรัฐมนตรีณัฏฐพลจะทบทวน อย่าต้องให้ท่านนายกฯ ปวดหัวเพิ่มเลย เผลอๆ ถูกด่าอีก

ผมจะบอกให้ ถึงแจก เด็กมัธยม ๔-๖ ก็โยนถังขยะ มันเช้ย..เชย สำหรับวัยนั้น

ม.๔-๖ นมแตกพานแล้ว ทุกคนมีสมาร์ทโฟน,ไอโฟน งอกเป็นอวัยวะ ที่ ๓๓ กันทุกคน

จะเรียน-จะสอนอะไร ทางออนไลน์น่ะ แค่ทำโปรแกรม หรือแอปให้เขาโหลดก็เหลือรับ ต้องไปซื้อขยะมาแจกทำไม?

แท็บเล็ต มันต้องใช้wifi ปัญหาคือ บางพื้นที่ไม่มี และบ่อยครั้ง คลื่นไม่เสถียร แถมจอเล็ก แบตหมดเร็ว
แจกนักเรียนแล้ว ก็ซื้อแจกครูด้วย ไม่งั้นจะสอนกันยังไง?

ว่าแต่ว่าเถอะ นักเรียนน่ะ ไม่เท่าไหร่ สำคัญที่ครู/อาจารย์ มีความถนัดชัดเจนการสอนออนไลน์หรือยัง?
ฉะนั้น ถ้ามั่นจะสอนในช่วงเลื่อนเปิดเทอมจริงๆ ขอแนะให้ท่านสอนทางโทรทัศน์แทนแท็บเล็ตจะดีกว่า
ไม่ต้องพึ่ง wifi-อินเทอร์เน็ต
แถมจอใหญ่ โทรทัศน์ใครใหญ่ขนาดไหน จอก็ขนาดนั้น จะว่าไปแล้ว สพฐ.เองก็ใช้ช่องทางนี้อยู่ ไหง..ไม่แนะนำท่านรัฐมนตรี?

นั่นคือ อาศัย “สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม” ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงเรียนวังไกลกังวล หัวหิน เป็นช่องทาง

สถานีนี้ บริหารโดย “มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์”
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” รัชกาลปัจจุบัน

ทรงสืบสานต่อยอดงานของพระราชบิดาด้วยพระราชปณิธานแน่วแน่ และทรงมอบหมาย “พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ” องคมนตรี เป็นประธานกรรมการบริหาร

นี่……..
ถ้ารัฐมนตรีณัฏฐพลไปกราบขอปรึกษาท่านองคมนตรีถึงความเป็นไปได้ ที่จะขอใช้ช่องทางสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

ผมว่าดีที่สุด ได้ผลสุด ประหยัดสุด
แค่เอางบส่วนหนึ่งที่จะซื้อแท็บเล็ต ไปจัดการในส่วนของตน ให้ตรงเป้าตามวิชาที่จะสอนนักเรียนเท่านั้น

เพราะที่โรงเรียนวังไกลกังวล มีพร้อมหมด ห้องบันทึกรายการ ๑๑ ห้อง, ห้องส่ง-ห้องควบคุมสัญญาณ, ห้องผลิตรายการ

ออกอากาศการเรียนการสอนถ่ายทำจากห้องเรียนจริง ส่งสัญญาณภาพ/เสียงผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสง
ลากยาวกว่า ๒๐๐ กิโลเมตร จากหัวหิน มาถึงสถานีดาวเทียมไทยคม ที่ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี
แล้วยิงสัญญาณผ่านดาวเทียม ระบบ KU-Band
ของ “มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์”
ถ่ายทอดสด ๑ ช่อง/ชั้น มีทั้งหมดตั้ง ๑๕ ช่องสัญญาน ทุกวันนี้ ระบบดิจิทัล HD ความคมชัดสูงแล้วนะ

ผมนี่ จะร้อยขวบอยู่รอมมะร่อ ดึกๆยังเป็นนักเรียนเปิดเรียนจากช่อง ๑๘๖ ไล่เรื่อยไปถึง ๒๐๐ อยู่บ่อยๆ
อยากเรียน-อยากรู้ในวิชาไหน ว่างตอนไหน ก็กดไปจะดูทางมือถือก็ได้ ออกอากาศตลอด ๒๔ ชั่วโมง
ผมว่าดีสุด ประหยัดสุด ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ต้องพึ่งwifi/เน็ต และไม่ชักกระตุก

ที่จริง ทุกวันนี้ กระทรวงศึกษาฯ ก็ใช้ช่องทางนี้อยู่ ทั้งระดับอนุบาล, ประถม, มัธยม แล้วพิเรน ย้อนรอยนรกไปใช้แท็บเล็ตเพื่ออะไร ก็ยังงงๆ?

เพียงติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญานดาวเทียม ชัดแจ๋วทะลุจอไปทั่วทุกซอกประเทศ

อย่าว่าแต่ในประเทศเราเลย การสอนผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล ไปถึง พม่า, ลาว,เ ขมร, เวียดนาม, มาเลย์ และจีน โน่นเลย!

แล้วอุปกรณ์รับสัญญานจะติดกี่โรงเรียนก็ตามใจ กระทรวงฯไม่ต้องควักซักบาท
มููลนิธิการศึกษาทางไกลฯ จ่ายให้หมด!

ที่ผมพูดทั้งหมดนี้ ด้วยปรารถนาดี ในมุมของข้อมูลที่ทราบจากการแถลงของท่านรัฐมนตรี
อาจมีเหตุผลอื่น บนฐานข้อมูลจำเพาะ บ่งชี้ว่าจำเป็นต้องใช้แท็บเล็ต ซึ่งคนนอกไม่รู้-ไม่เข้าใจก็ได้ สุดแต่ท่านรัฐมนตรีจะวินิจฉัยเถอะ

เป็นความรู้นิด ที่เราเรียกกัน” โรงเรียนทางโทรทัศน์ของในหลวง” และเห็นภาษาอังกฤษว่า DLTV บ่อยๆ นั้น ก็ทราบกันไว้เลย
DLTV คือ “Distance Learning Television”
ชื่อย่อภาษาอังกฤษของ “สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม”

ก่อตั้ง เมื่อ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสที่
“พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” รัชกาล ที่ ๙
ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ณ กาลนั้น

วันนี้ ขออนุญาตให้ผู้อ่านตบตูดแทนนะ

Somjai Naivikul
“มีประสบการณ์ตรงจากแท็บเล็ตมาแล้วหลายปี ขอร้องเถอะ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนหรอก
ทุกวันนี้ เด็กแต่ละบ้านมันมีหมดแล้ว ถ้าครูไม่ใส่ใจจริงๆ มันคือขยะดีๆนั่นเอง
และที่สำคัญ เวลาเสีย ครูอยากให้เด็กได้เรียน ก็ต้องเสียเงินซ่อมเอง หลวงไม่มีงบให้ การดูแลรักษาก็เป็นปัญหา ทำบัญชีส่งต่อตามเด็กไปเรื่อยๆ ถ้าหายครูก็ต้องรับผิดชอบ ครูจึงเบื่อ และไม่อยากเป็นภาระ
อีกอย่าง มีการคอรัปชั่นการจัดซื้อจากส่วนกลางด้วย อย่าหาห่วงมาผูกคอเลย”

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *