• เปลว สีเงิน

    หุบกะพง “จน” ต้นแบบ “รวย”

    ก่อนอื่น……… ขอกราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษจาก “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ที่ข้าพระพุทธเจ้า ได้เขียนถึง “พระนาม” คลาดเคลื่อนไปเป็น “สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในบทความเรื่อง “ว่าด้วยเสื้อกระดุมในตัว” ในไทยโพสต์ ฉบับประจำวันที่ ๓๑ กรกฏาคม ๒๕๖๒ นั้น บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ได้แก้ไขเป็นที่ถูกต้องแล้ว ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า “เปลว สีเงิน” ขอเดชะ ครับ… ก็มาคุยกันต่อเรื่อง “หมู่บ้านหุบกะพง” ที่ชะอำ เพชรบุรี อันเป็นโครงการพัฒนาที่ดิน “ตามพระราชประสงค์” จะบอกว่านี่คือต้นแบบ “เขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อประชาชนฐานราก” แห่งแรกในประเทศก็ย่อมได้ เมื่อวาน คุยไว้ครึ่งๆ กลางๆ วันนี้คุยต่อ คือสมัยก่อน ช่วงกันยา.ไปแล้ว น้ำจะท่วมถนนเพชรเกษมจากราชบุรีไปถึงชุมพร ทุกปี ผมตะลอนไปทำข่าวบ่อย ช่วงปี ๒๕๑๐-๒๕๑๑ เห็นป้ายเล็กๆ ปักริมทาง “โครงการไทย-อิสราเอล เพื่อพัฒนาชนบท (หุบกะพง)” ก็แวะเข้าไปดู ลุยเข้าไปค่อนข้างลึกจากเพชรเกษม พอถึงโครงการ บอกตรงๆ ว่า อยากขอเขาอยู่ที่นี่เหลือเกิน เพราะภาพที่เห็น……. ผืนดินหมื่นกว่าไร่ ที่สภาพดิน ต้นไม้ไม่มีกะจิตกะใจจะงอก ถูกปรับสภาพบ้างแล้ว ว่างเปล่าสุดลูกตา มีท้องฟ้าเป็นหลังคลุม สว่างเวิ้งว้าง เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลก “สวรรค์ชาวดิน” ที่เขาว่ากัน เป็นเช่นนี้กระมัง? ในผืนดินว่างเปล่านั้น แบ่งส่วนเป็นเป็นล็อกๆ ปลูกกระท่อมไม้ไผ่สีสุก รั้วขัดแตะเป็นบริเวณแต่ละกระท่อมเรียงรายกันไป สำหรับราษฏรผู้ยากไร้ ๘๐-๙๐ ครอบครัว หน้ากระท่อมแต่ละหลัง จำได้ว่ามีเสาแขวนกระป๋องน้ำสำหรับดับเพลิง แต่ละหลัง ปลูกไม้ประดับหลากสี มีจักรยานจอด สำหรับขี่้ไปตามคันดินที่ยกเป็นถนน มองไกลๆ ด้วยกระท่อมไผ่สีสุกเรียงเป็นแถวในพื้นที่โล่งใต้ท้องฟ้าโปร่งใส สีสุกของไผ่สะท้อนฟ้า ทำให้ดูเหมือนสีแห่ง “ทองคำนิคม”! คนในนิคมรุ่นบุกเบิก ไม่เพียงมีชีวิตใหม่ ยังได้รับการเจียรนัยเป็นชีวิตศิวิไลซ์ ด้วยเป็นสังคมอารยะ มีระเบียบ-ระบบ เป็นสังคมอยู่ร่วมปรองดอง สามัคคี เป็นพี่-เป็นน้อง ทำการใด ก็ประชุมเป็น “มติร่วม” ออกมา ไม่เพียงชีวิตสะอาด ……. คนทั้ง ๘๐-๙๐ ครอบครัว ที่พระหัตถ์แห่งองค์ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร”…