• การเมือง,  ผสมโรง

    ประชาธิปัตย์ศักดิ์ศรีเหนือกว่า?

    ผสมโรง สันต์ สะตอแมน หน้าจ๋อย หงอยเป็นไก่ติดเชื้ออยู่พักใหญ่ แต่หลังได้รับการอภัยจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้รอดคุกหลุดคดี “หมิ่นประมาท” ที่ร่วมกับคณะสามเกลอหัวแข็ง คะนองปากพูดเรื่อง ว.5-เอาอยู่-โฟร์ซีซั่นส์!! บัดนี้..นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้กลับมานุ่งกางเกง เบ่งกล้ามเป็นชายชาตรี แข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง โดยนอกจากจะแอคอาร์ต-แอคท่า “ฝ่าฝืนมติพรรค” โหวตสนับสนุนฝ่ายค้าน พลอยให้เก้าอี้รัฐมนตรีฯ ของคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ สั่นไหวแล้ว.. ยังได้แกว่งปาก เปิดประเด็น ถามหา “คนรับผิดชอบ” จากการที่พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร  ที่ถูกออกหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ไปปรากฏตัวที่อาคารรัฐสภา ขึ้นมาซ้ำ ซึ่งนายเทพไทมองว่า..จะต้องพิจารณาในข้อกฎหมายว่า มีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 189 หรือไม่? “หากผิด จะต้องตั้งคำถามว่า ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบความผิดตามมาตรานี้ ถือว่าเป็นการให้ที่พักพิง หรือพบตัวผู้กระทำผิดแล้วไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตามกฏหมาย จะมีความผิดหรือไม่ ซึ่งจะต้องสอบข้อเท็จจริงกับบุคลากรของรัฐสภาที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ รปภ. หรือตำรวจสภา จนถึงประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยหรือไม่” ครับ..เป็นคำถามที่ควรจะมีคนตอบ และผู้ที่น่าจะตอบนายเทพไทได้เป็นอย่างดี เห็นจะมีประธานฯชวน หลีกภัย ท่านหนึ่งล่ะ! ก็..เรียนด้วยความเคารพ ว่างๆ คุณชวนช่วยกรุณาให้ความรู้ความกระจ่างกับนายเทพไทด้วยเถอะ และไม่ต้องอธิบายผ่านสื่อ-สาธารณะหรอกขอรับ ปิดห้องหับในพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละ แล้วนั่งลงคุย-สื่อสารกัน จะด้วยภาษากลางหรือภาษาใต้ก็สุดแท้สะดวก (ปาก) แต่ถ้าใช้เสียงในฟิล์ม ผมอยากฝากท่านชวน ช่วยเตือนนายเทพไททีว่า.. “แน่งๆ เสียบ้างตะ อย่าแหลงมาก”! ที่ฝากเตือน..เพราะดูเหมือนระยะนี้นายเทพไทคล้ายผีเจาะปาก พยายามโชว์พลัง แสดงบทบาทเสมือนต้องการจะสร้างจุดเด่นให้ตัวเองจนผิดสังเกตุ.. เกรงว่า.. “ปากจะพาจน” เข้าอีกสักวันเท่านั้นแหละ! แต่..รายนี้ ไม่รู้ “ปากพา (ประชาธิปัตย์) จนหรือรวย” ก็เจ๊ “ไฮโซสปอร์ตคลับ” นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือชื่อเล่น “ติ๊งต่าง” นั่นไง เห็นโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว.. “อยากให้พรรคปชป.ถอนตัวออกจากรบ.นี้เถอะ อย่าไปเกลือกกลั้วกับคนจำพวกนี้เลย เพราะปชป.ศักดิ์ศรีเหนือกว่าเขามากมาย เคยทำคุณประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองมาก็เยอะ อย่ายอมให้คนพวกนี้มาลำเลิกบุญคุณ คนเหล่านี้ก้าวขึ้นมาได้ก็เพราะ ปชป.ไปมีส่วนช่วยพวกเขา ลองถอยออกมาแล้วดูซิว่าเขาจะยังจองหองพองขนต่อไปได้ไหม” ถ้ายุคคุณอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค ก็ไม่แน่อาจจะเอาใจ-เอาตาม “แม่ยก” คนนี้ แต่นี่ยุคคุณจุรินทร์.. ถ้าไม่เกลือกกลั้วกันต่อไป เหลือใครคบ ปชป.อีกล่ะ..หือ? Please follow and like us:0 20 20

  • การเมือง,  ผสมโรง

    อย่าได้ชื่อ..ผู้หญิงปากปลาร้า?

    ผสมโรง สันต์ สะตอแมน เราน่ะแหละชักเยอะเกินไปแล้ว.. ผมหมายถึงน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่กล่าวถึงคุณชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนฯเมื่อวันก่อนนู้น! ลำพังต่อล้อต่อเถียงกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ก็เรียกว่าลามปามผู้ใหญ่ไปเกินงามแล้ว แต่ที่ยังพอจะรับได้ นั่นด้วยอีกฝ่ายก็ไม่ได้วางตัววางฐานะเป็นผู้ใหญ่ให้เป็นที่เคารพ ต่างกับคุณชวน ที่นับแต่เปิดสภามาก็ได้ประจักษ์กับตา สัมผัสแก่ใจกันเป็นอย่างดีว่า ในฐานะ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร”.. คุณชวนได้ทำหน้าที่ด้วยสุภาพทั้งกิริยา-วาจา ตรงไป-ตรงมา และพยายาม (ที่สุด) ที่จะกอบกู้ภาพลักษณ์ของสภาให้ดูสง่างามตา และเป็นที่ศรัทธาของประชาชน! ประเด็นที่คุณปารีณาขอหารือ เพื่อสอบจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ผมคนนอกสภา ไม่เคยได้มีวาสนาย่างกรายเข้าไปในสถานที่ทรงเกียรติแห่งนั้น.. ไม่รู้หรอกว่าเป็นไปตาม “ข้อบังคับ” หรือไม่อย่างไร? แต่ข้อสังเกตที่นางสาวปารีณานำมาอ้างหลังคุณชวนตัดบท-ปิดไมโครโฟนว่า.. “ในช่วงที่ตนหารือในสภาฯ ตนยืนอยู่ใกล้กับนายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐ ที่ชนะการเลือกตั้งในเขตบ้านนายชวนเอง เเม้เเต่ในเขตอำเภอบ้านของนายชวนเองนับเเล้วคะเเนนยังนำ ทำให้ท่านไม่พอใจ อาจจะหงุดหงิดเรื่องนี้หรือไม่” นั้น ผมว่าเป็นการคิด-มองให้เป็นเรื่องของการเมืองเสียจนดูคล้าย..สักแต่ให้ได้พูด-ได้กระแนะกระแหน จนลืมไปว่าคนที่นั่งอยู่ข้างบน.. คือ “ประธานสภา” ที่คุณปารีณาต้องกล่าวคำว่า “กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ” ทุกครั้งก่อนจะพูดจะอภิปราย! ประธานสภาไม่ใช่เพื่อน (เล่น) และไม่ได้อยู่ในฐานะ “ส.ส.” ระนาบเดียว ที่คุณปารีณาจะพูดเช่นคนไร้การศึกษาด้วยวาจาสามหาว.. “นายชวนเยอะไปแล้ว” ได้ จะพอใจ-ไม่พอใจ จะหงุดหงิด อารมณ์เสีย คุณปารีณาก็ต้องมีสติ มีสัมมาคาราวะที่จะไม่ล่วงเกิน “ประธานสภา” ด้วยวาจาเยี่ยงนี้ ยิ่งเป็นสตรี เป็นผู้หญิงที่งามพร้อมด้วยแล้ว ควรจะนอบน้อม สุภาพทั้งกิริยา-วาจา และนั่นก็จะนำมาซึ่งความเมตตาจากผู้ใหญ่ โดยที่คุณปารีณาไม่ต้องไปวิงวอน..  “เวลาพูดกับผู้หญิงก็ขอให้มีการพูดด้วยกิริยาสุภาพปกติ” แต่อย่างใด! ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย หากให้เกียรติกันและกันแล้ว ก็ย่อมจะได้รับเกียรติด้วยกิริยา-วาจาที่สุภาพต่อกันเสมอ  กลับกัน ให้เป็นผู้หญิงงามสรรพ แต่หาก “เยอะเกินไป” พูดจาจาบจ้วงผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่มีความสุภาพทั้งวาจา-กิริยา ผู้คนก็จะพากันชังหน้า และมองด้วยหางตา.. “ผู้หญิงปากปลาร้า”..หมดราคา! Please follow and like us:0 20 20

  • การเมือง,  ผสมโรง,  สังคม

    สภา ไม่ใช่สถานที่เอาแต่ใจ

    เป็นผู้แสวงบุญ ตามรอยพระพุทธศาสนาอยู่เป็นนิจ.. จึงเข้าใจความรู้สึกของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเสียใจต่อข่าวคนฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาถึง 5 ราย เพราะผม..แม้จะทำบุญน้อย แต่เห็นข่าวการตายไม่ว่าจะด้วยกรณีใดก็ให้หดหู่ เศร้า เสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียตลอดมาเช่นกัน แต่หากจะเอาเฉพาะ การตายหรือฆ่าตัวตายด้วย “พิษเศรษฐกิจ” อย่างที่คุณหญิงสุดารัตน์ยกมาแสดงความเสียใจ ผมก็ขอบอก ว่าเคยสลดหดหู่ เศร้า เสียใจ (หนัก) มาไม่น้อยเมื่อครั้งที่.. “ชาวนาผูกคอตาย เครียดไม่ได้เงินจำนำข้าว”! ตอนนั้นไม่ทราบว่าคุณหญิงสุดารัตน์มัวแต่ยุ่งอยู่กับการสร้าง “พระพุทธเจ้าน้อย” หรืออย่างไร จึงไม่ได้โพสต์แสดงความเสียใจให้ได้เห็น-ได้อ่าน หรือว่าคนฆ่าตัวตายเพราะจำนำข้าวแล้วไม่ได้เงินกว่า 20 ศพนั้น เกิดขึ้นในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์-พรรคเพื่อไทย คุณหญิงจึงเลยไม่อยากจะรำลึกนึกถึงอีก..ให้มันผ่านๆ จบๆ ไปซะ! และที่บอก.. “ขอให้กำลังใจทุกท่านนะคะ รู้ว่าเรากำลังอยู่ในช่วงที่ยากลำบากที่สุด โปรดอดทนและอย่าท้อนะคะ เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงปี 2540 หลังจากช่วงวิกฤต2540  ไทยรักไทยได้มาเป็นรัฐบาลในปี2544  โดยการนำของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และพี่น้องชาวไทยได้ร่วมแรงร่วมใจกัน จนเราฟื้นประเทศได้อย่างรวดเร็ว สามารถชำระหนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด และเริ่มยกฐานะมาเป็นผู้นำอาเซียน ทั้งในแง่เศรษฐกิจที่ดีและภาวะการนำในภูมิภาค”.. ถามจริงๆ คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้มุสาใช่มั้ย? แล้วทำไมทั้งสื่อ ทั้งนักวิชาการ ผู้รู้-ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจ ถึงได้พูดตรงกันว่า.. คุณชวน หลีกภัย พาไทยปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ ตัวจริงล่ะ..หือ? เออ..และนี่ก็อยากถาม “จริงๆ” เหมือนกัน ตกลงที่คุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เข้าไปอยู่ในพรรคอนาคตใหม่ และได้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ.. เจตนา ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ต้องการเข้าไปต่อสู้เรียกร้องเพื่อความเท่าเทียมทางเพศอย่างเดียวกระนั้นรึ? ที่ถาม..เพราะก่อนที่จะได้เข้าไปนั่งในสภา เป็นที่ทราบกันดีกว่า คุณธัญญ์วาริน เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ และเคยดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย”.. พูดง่ายๆ เป็นผู้ประกอบสัมมาอาชีพอยู่กับวงการหนังไทย! และจะว่าไป การได้เป็นส.ส. ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากที่เคยเป็นนายกสมาคมฯ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์นี้แหละ แต่ไหงพอได้เข้าไปในสภา คุณกอล์ฟ (ชื่อเล่น) จึงได้ตั้งหน้าตั้งตาแต่กับเรื่องความหลากหลายทางเพศ โดยละทิ้งปัญหา อุปสรรคของหนังไทยที่เคยพูดเคยเรียกร้องกับภาครัฐเสียล่ะ? ก็..ไม่ได้จะตำหนิ เพียงแต่อยากบอก เมื่อสภาตีตก “กรรมาธิการหลากหลายทางเพศ” ก็อย่าฟูมฟาย ร้องห่มร้องไห้เป็นเด็กขี้แยไปเลย.. เป็นผู้กำกับหนัง จะเอาอะไร-ต้องการอะไรได้ตามใจ แต่.. ในสภา จะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้ดอก!   สันต์ สะตอแมน Satorman_1@yahoo.co.th Please follow and like us:0 20 20

  • เปลว สีเงิน

    สมการลงตัว “ชวน-ประยุทธ์”

    ครับ………. ศึกรัฐสภานัดแถลง “นโยบายรัฐบาล” จะจบเมื่อคืน หรือจะเรื้อรังมาถึงวันนี้ นั่นก็ช่างเถอะ สิ่งสำคัญที่อยากบอก ก็คือ ทุกคนจงตั้งจิตนิ่งไปยัง “พระที่นั่งไพศาลทักษิณ” ในพระบรมมหาราชวัง แล้วกราบ……. “องค์พระสยามเทวาธิราช” ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ ที่นั้น เพราะด้วยเทวาภิบาลโดยแท้ ทำให้บ้านเมืองวันนี้ มีประธานรัฐสภาชื่อ “ชวน หลีกภัย” มีนายกรัฐมนตรีชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผมเคยอ่านหนังสือศิษย์เขียนถึงอาจารย์ “ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี” ประติมากรอิตาลีหัวใจไทย ผู้ให้กำเนิดศิลปากร ท่านเขียนถึงคำที่อาจารย์ศิลป์สอนไว้ ผมประทับใจจำคำนั้นจนถึงทุกวันนี้ ว่า “ของจะมีค่า ต้องอยู่ในที่ที่ควรต้องอยู่” เช่น พระพุทธรูป ที่เคารพ กราบไหว้ บูชา ต้องอยู่บนหิ้ง ไม่ควรไปอยู่ในห้องน้ำ หรือที่พื้น คนก็เช่นกัน……….. อยู่ในสถานะใด ก็ควรอยู่และวางตนให้เหมาะสมกับสถานะนั้น ไม่เช่นนั้น…..เสื่อม! เมื่อนำคำอาจารย์ศิลป์มาใคร่ครวญผ่านการทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร คือรัฐบาล และฝ่ายนิติบัญญัติ ในระบบรัฐสภา ๒ วันมานี้ ก็ดีใจ ว่า “ดั่งพระสยามฯจัดวาง” เพราะ “ของมีค่า” ได้อยู่ในที่ที่ควรต้องอยู่ “ถูกคน-ถูกตำแหน่ง” สอดคล้องต้องสถานการณ์โดยแท้! ถ้าวันนี้ ประธานรัฐสภา ไม่ใช่อดีตนายกฯ ชวน ผู้นำฝ่ายบริหาร ไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ คงเกิด “เทวาสุรสงคราม” จากในรัฐสภาลามออกถนนไปแล้ว การประชุมรัฐสภาวาระนี้ เป็นวาระ “แถลงนโยบาย” แต่ดูเหมือนฝ่ายค้าน แยกแยะการทำหน้าที่ตามวาระงานไม่ออก ระหว่างอภิปรายตรวจสอบนโยบายก่อนที่รัฐบาลจะนำไปปฏิบัติ กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังรัฐบาลนำนโยบายไปปฏิบัติแล้วล้มเหลว หรือมีปัญหา ฝ่ายค้าน ไม่สนใจจะรู้ด้วยซ้ำว่า นโยบายหลัก ๑๒ ด้าน อันเป็นทิศทางบริหารของรัฐบาล กับนโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่อง ที่รัฐบาลต้องลงมือทำทันที เพื่อแก้ผลกระทบจาก “สงครามเศรษฐกิจ” ว่าที่รัฐบาลแถลงไป…… “แต่ละด้าน-แต่ละเรื่อง” มีประเด็นสำคัญตรงไหนบ้าง ที่ “ฝ่ายตรวจสอบ” ต้องช่วยกันมอง ช่วยกันติ ช่วยกันเสริม แต่ที่เห็นบทบาทฝ่ายค้าน กลายเป็นว่า ใช้วาระแถลงนโยบายเป็นตาละปัตรบังหน้า แต่ไม่สวดตามบท ขึ้นต้นลุย “เสียบ” ตัวนายกฯ ประยุทธ์ แทนการตรวจสอบนโยบายทันที มันเป็นบทบาท “แค้น”…

  • เปลว สีเงิน

    “คนรุ่นใหม่” คือแบบไหนกัน?

    ใครเคยเป็นอย่างผมบ้างก็ไม่รู้? หลงวัน-หลงคืน”น่ะ คือพอจะเขียน ก็..เอ๊ะ วันนี้ วันที่เท่าไหร่หว่า แหงะไปดูปฏิทินบนโต๊ะ อ้าว..เสาร์แล้วหรือนี่ตกใจหมดเลย! ตกใจ ด้วยกลัวธนาธรเขาจะลืม ว่าจันทร์ที่จะถึง” ๘ กรกฏา.”นี้ ครบกำหนดนัด จะต้องไปขึ้นศาลรัฐธรมนูญ เรื่อง”หุ้นสื่อ” แล้วก็จะได้รู้กันซะที ที่คุยว่า “มีเป็นลัง” นั่นน่ะ  ลังเอกสารยืนยันการโอนหุ้น ว่าโอนก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง ๖ กุมภา.๖๒ หรือเป็นลังเลี้ยง”ลูกแกะ”กันแน่? ๘ กรกฏา.ยังไม่ใช่วันพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ประมาณว่า เป็นวันนัดพร้อม “โจทย์-จำเลย” นัดแรก ส่วนจะอย่างไรต่อไป นัดวันไต่สวน หรือไม่ต้องแล้ว ด้วยหลักฐานทุกอย่างที่มีสมบูรณ์แล้ว ศาลฯท่านอาจนัดวันให้มาฟังคำพิจารณาวินิจฉัยเลยก็ได้ ฉะนั้น จันทร์ที่ ๘ กรกฏา. “พ่อของฟ้า-ธนาธรของช่อ” ยังไงก็ ลืมได้….แต่พลาดไม่ได้ ขอบอก! พูดถึง”คนรุ่นใหม่”ช่วงรอยต่อศตวรรษที่ ๒๐ กับศตวรรษที่ ๒๑ มันมีหลากหลายมิติให้ “สังคมร่วม” สัมผัสผ่าน ก่อนตกผลึกคือ มันมีทั้ง…….. “รุ่นใหม่ จัญไรชน” และ “รุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ชน” การคละเคล้าของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละชาติ  กว่าจะตกผลึกเป็น “คนรุ่นใหม่” ขับเคลื่อน “สังคมร่วมยุคสมัย” เด่นชัดว่าใหม่แบบไหน เป็นใหม่ “นำชาติ-นำสังคม” สู่ศตวรรษใหม่ ก็โน่น ประมาณ ๑๕-๒๐ ปีข้างหน้านั่นแหละ! อนาคต ก็ไปจากปัจจุบัน ดังนั้น ถ้าอยากรู้อนาคตของชาติบ้านเมืองไหน ว่าข้างหน้าจะออกมาในรูปแบบใดดูไม่ยาก…….. ถ้าปล่อยให้ “จัญไรชน” นำได้ กาลข้างหน้า บ้านเมืองนั้น ก็จะเป็นเหมือนหมาเน่าลอยน้ำ สุดแต่ตะกวดเล็กใหญ่ ลากไป-ลากมา แต่ถ้า “วิสัยทัศน์ชน” นำได้ ชาติบ้านเมืองนั้น ก็จะสืบสานยั่งยืนแบบไม้ใหญ่ สมบูรณ์ไปในทั้งราก-ทั้งแก่น วานซืน ท่องโซเชียลก่อนนอน…….. เจอคลิปหนึ่ง ที่ผู้ใช้นาม “สังคมของคนเลว” โพสต์ไว้ ไม่ทราบว่าได้เห็นกันหรือยัง? เป็นเหตุการณ์ “คนรุ่นใหม่” ที่ฮ่องกง ยืนตะโกนให้คนฮ่องกงเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศจีนของตัวเอง และออกมาต่อสู้ “เอาจีนรากเหง้าคืนไป เอาความเป็นทาสอังกฤษคืนมา” ประมาณนั้น ขณะตี๋แว่น “คนรุ่นใหม่” ยืนตะโกนชักชวนชนิดมันปาก คนจีน “รุ่นพี่-รุ่นพ่อ”…