• ผสมโรง

    รอไม่ได้..ประเดี๋ยวลงแดง?

    ผสมโรง สันต์ สะตอแมน ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด.. ก็..เห็นจะต้องพูดคำนี้ล่ะนะ เพราะผมทวนอ่านแล้วอ่านซ้ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ.. Please follow and like us:0 20 20

  • การเมือง,  ผสมโรง

    อคติ..สาเหตุ “เบาปัญญา”?

    ผสมโรง สันต์ สะตอแมน ไม่ต้องหาปี๊บคลุมศรีษะหรอก..เหวง? คนไทยน่ะ..อับอายจนถึงที่สุดมาแล้วกับการมีผู้นำ-นายกรัฐมนตรีที่ “โชว์ความเบาปัญญา” แต่ถ้าจะมีคน “หน้าด้าน” ที่ไม่รู้สึกรู้สาอยู่บ้างในตอนนั้น ก็.. Please follow and like us:0 20 20

  • ผสมโรง

    โยนความคิดให้เถียงกันต่อไป?

    คอลัมน์ ผสมโรง สันต์ สะตอแมน เอาไงกันดี?.. ผมหมายถึง “หินถามทาง” ที่โยนมาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรื่องจะขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงในย่านแหล่งท่องเที่ยวไปถึงตีสี่ และกำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในเวลานี้น่ะ! ซึ่งการถกเถียง เท่าที่สดับตรับฟังทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายค้าน ต่างก็มีเหตุผลในมุมของตัวเองที่พอจะรับฟังได้พอๆกัน! เหตุนี้ ผมจึงถาม “เอาไงดี” แต่สำหรับผมมีความคิดว่า..สถานบันเทิงไม่น่าจะเป็นสิ่งเร้าใจ หรือดึงดูดเงินในกระเป๋าของนักท่องเที่ยว และยิ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยแล้ว.. เปิดถึงเช้า..เงินที่ได้ก็ไม่คุ้มกับค่าน้ำ-ค่าไฟหรอกครับ! ลองถามใจตัวเอง..ที่ยอมควักเงินหมื่นเงินแสนไปเที่ยวต่างประเทศ ต้องการจะไปเที่ยวกิน-เที่ยวดื่ม-เที่ยวหาความสำราญตามสถานบันเทิง หรือ.. ไปเที่ยวเพื่อเปิดหูเปิดตา ไปดู-ไปสัมผัสกับความงดงามด้านศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และธรรมชาติที่มหัศจรรย์ ตื่นตา-ตื่นใจ กันล่ะ? ผมเชื่อแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องตอบอย่างหลัง และผมก็ค่อนข้างจะเชื่อว่าชาวต่างชาติก็ไม่น่าคิดต่างไปจากคนไทย.. ยกเว้นก็แต่เพียงส่วนน้อย..ที่คิด-ตั้งใจเข้ามาเมืองไทย เพื่อดื่ม-เที่ยวสถานบันเทิง และระบายตัณหา-ความใคร่! ฉะนั้น ถ้าหวังจะเอาเงินในกระเป๋าของนักเที่ยวส่วนนี้มาเป็นยอดเพิ่มจำนวนรายได้ให้กับการท่องเที่ยวด้วยการขยายเวลาปิดสถานบันเทิงจากตี 2 เป็นตี 4 ในบางพื้นที่.. ผมคนหนึ่งล่ะ ที่เห็นจะสนับสนุน “แนวคิด” นี้ไม่ลง! นโยบาย “กระตุ้นการท่องเที่ยว” น่ะ เห็นด้วย-สนับสนุน แต่การจะขยายเวลาปิดสถานบันเทิงเพื่อกระตุ้นค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยว.. มันจะไม่เป็นความคิดตื้นๆ แบบ “หน้าเลือด” ไปหน่อยไหม? ไม่ต้องไปรีดเงินในกระเป๋านักท่องเที่ยวต่างชาติขนาดนั้นหรอก แค่คิดทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน.. แค่นี้ ประเทศไทย-สถานที่ท่องเที่ยว ก็รองรับชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาจนไม่หวาดไม่ไหวแล้ว! ไม่เห็นรึ..ยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาทุกปีๆ นั่นเพราะเรามี “ของดี” อยู่เต็มบ้านเต็มเมืองแหล่งท่องเที่ยวดี ธรรมชาติดี วัฒนธรรมดี อาหารดี.. อย่างงี้ จะเอาสถานบันเทิงล่อใจอีกทำไม? บางที อะไรที่มันดูดี มีระเบียบอยู่แล้ว นักการเมือง-คนมีอำนาจก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องฟื้นฝอยหาตะเข็บให้มันเกิดเป็นกระแสถกเถียงให้วุ่นวาย หรือว่าสังคมไทยแตกแยกความคิดยังไม่พอ งั้น ก็เชิญ.. “โยนหิน” ให้เถียงกันต่อไปเถอะขอรับ!   Please follow and like us:0 20 20

  • ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง,  สังคม

    “ศิลปะ” ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจ?

    ก็เห็นจะขอออกตัวและยืนยันไว้ตรงนี้.. ผมไม่ได้ด่าเด็กวาดภาพ “พระพุทธรูปอุลตร้าแมน” ฉะนั้นที่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เสียงดัง (ตามสไตล์).. “บ้านเมืองเรามักจะเป็นแบบนี้กันตลอด เมื่อเด็กมีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ มีการเปลี่ยนแปลงตามลักษณะของคนรุ่นใหม่ มีความกล้าหาญ ก็มักจะถูกด่าจนทำให้เด็กกลัวแล้วทำอะไรไม่ได้เลย” นั้น เห็นจะไม่เกี่ยวอะไรกับผม แต่ผมก็ยังคงมองในมุมส่วนตัวแหละว่า..ถ้าผมเป็นศิลปิน ผมก็จะไม่เขียนผลงานศิลปะ.. โดยเอาเศียรพระพุทธรูปไปสวมไว้ในร่างยอดมนุษย์อุลตร้าแมน! อย่างไรก็ตามผมก็น้อมฟังเสียงอาจารย์ด้วยสติตั้งแต่ต้นจนจบ และให้นึกชื่นชมที่ท่านได้แสดงให้เห็นถึงความเป็น “ศิลปินใหญ่” ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ มีความเข้าใจต่อความคิดต่างของคนรุ่นใหม่.. เชื่อว่ามีผู้ใหญ่แบบนี้มากๆ ประเทศไทยก็มีแต่จะเจริญรุ่งเรือง! แต่..มีข้อติดใจอยู่บ้าง เช่นประโยค..  “ปัญหาที่ทำให้บ้านเมืองเราแย่ลง คือ การไปลอกเลียนแบบทุกสิ่งทุกอย่างจากคนอื่น แล้วทำให้คนของเราคิดไม่เป็น และไม่กล้าคิดต่าง จึงไม่เจริญรุ่งเรือง” ขอโทษ.. “อุลตร้าแมน” เด็กคนนั้นไม่ได้ “ลอกเลียน” เขามาดอกรึ? ลอกเลียนไม่พอ เด็กคนนั้นยังทำให้ “อุลตร้าแมน” ที่เด็กๆ (ผมด้วย) ทั้งโลกหลงรัก-หลงปลื้ม ต้องกลายร่างเป็นตัวอะไรไปก็ไม่รู้.. ตัวเป็น “อุลตร้าแมนยอดมนุษย์” แต่หัวกลับเป็นเศียรพระพุทธรูปที่ชาวพุทธกราบไว้บูชาอยู่แทบทุกเรือนบ้าน! อาจารย์เฉลิมชัยมองเป็น “งานศิลปะ” ผมไม่เถียงด้วย เพราะผมไม่ลึกซึ้งกับสิ่งนั้น แต่ผมฝังหัวและลึกซึ้ง ว่าที่ตั้งอยู่บนคออุลตร้าแมน คือ “เศียรพระพุทธเจ้า” ซึ่งไม่ว่าใครนับถือศาสนาใดก็ไม่ควร.. จะนำไปดัดแปลงตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ให้เกิดความรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจกับผู้ที่เคารพ-บูชา! ยิ่งอาจารย์บอก.. “เขาอาจจะรู้จักอุลตร้าแมนมากกว่าพระพุทธเจ้าเสียอีก” ก็ยิ่งจะเจ็บปวดลึกและอยากรู้..  ตกลงเด็กคนนั้น นับถือศาสนาอะไรรึครับ? ความจริง อาจารย์ไม่เห็นจะต้องเสียงดังเอากับสังคม แค่หันไปปลอบประโลมและบอกกับเด็ก..สิ่งที่เจ้าทำน่ะดีงามแล้ว แต่คราวหน้า-คราวหลังต้องระมัดระวัง อย่าคิด-ทำในสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจผู้อื่นเขา.. ที่สำคัญอย่าลอกเลียนของคนอื่น เป็นศิลปินไม่ใช่อ้างคำว่า “ศิลปะ” แล้วทำอะไรได้ตามอำเภอใจ” เพื่อต่อไป สังคมจะได้ไม่ต้องมาเถียงกัน “ลบหลู่ศาสนารึไม่” และจะได้ไม่ต้อง “บ้าบอคอแตก” หรือ “น้ำเน่า” กันอีก.. ว่ามั้ย..อาจารย์? สันต์ สะตอแมน Satorman_1@yahoo.co.th Please follow and like us:0 20 20

  • การศึกษา,  ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง

    อะไรอยู่หลังภาพวาด?

    เห็นข่าว “พระพุทธรูปอุลตร้าแมน”เมื่อวันก่อน.. ทำให้ย้อนนึก..ครั้งหนึ่งได้ร่วมติดสอยห้อยตามเขาไปเจรจาความเรื่อง “ลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน” ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนยุ่งเหยิงอยู่มาก.. ก่อนที่ศาลญี่ปุ่นจะตัดสินให้คุณสมโพธิ แสงเดือนฉาย ได้เป็น “เจ้าของลิขสิทธิ์” ยอดมนุษย์อุลตร้าแมน แต่เพียงผู้เดียว รายละเอียดก็อย่าได้ขวนขวายอยากรู้อะไรให้มากไปกว่านี้เลย แค่รู้ว่า ลิขสิทธิ์เป็นของคนไทยโดยคำตัดสินของศาลญี่ปุ่น..จบ! แต่มีประเด็นหนึ่งที่อยากให้รู้ จากคำให้สัมภาษณ์ของคุณสมโพธิ.. “จินตนาการจากสมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็กวัด ได้สัมผัสและเห็นใบหน้าพระพุทธรูปที่อมยิ้ม จึงนำรูปแบบมาดัดแปลงสอดใส่ลงในตัวอุลตร้าแมนยอดมนุษย์ที่มีหน้าตาสวยงาม ดูมีเสน่ห์ แต่แฝงไว้ซึ่งความแข็งแรงบึกบึน” (Cr.http:www.dek-d.com/board/view.php?id=2247628) ส่วนคนที่เขียนภาพ “พระพุทธรูปอุลตร้าแมน” ออกมา จะได้แรงบัดดาลใจมาจากไหนพบหน้าก็ลองถามดู และที่วิพากษ์วิจารณ์ “เหมาะสม-ไม่เหมาะสม” นั้น ก็สุดแท้จะคิดเห็น แต่ที่น่าสนใจก็มุมของศิษย์ตถาคต อย่าง “พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร”.. ท่านได้เทศนาผ่านเฟซบุ๊ก.. “คนส่งภาพวาดเหล่านี้มาให้อาตมาดู อาตมาเห็นแล้วก็ไม่ได้นึกสนใจประเด็นที่ว่า ภาพวาดพวกนี้ดูสวยเก๋แปลกใหม่ หรือเป็นเรื่องของการลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอะไรนะ อาตมาสนใจสิ่งที่ศิลปินต้องการจะสื่อสารต่างหาก สนใจเรื่องเล่าที่อยู่เบื้องหลังภาพวาด อะไรคือสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดที่พิลึกพิลั่นเหล่านี้ อะไรคือความลึกซึ้งทางศิลปะที่ศิลปินต้องการจะถ่ายทอดมันออกมา อาตมาอยากได้เห็นหรือได้อ่านคำอธิบายประกอบนะ เวลาที่มีการนำภาพวาดพวกนี้มาเผยแพร่ เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่ช่วยลดทอนความอคติ หรือมองเห็นเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานของเจ้าของศิลปินได้ แต่ถ้าให้มองแค่ภาพอย่างเดียว แล้วให้วิจารณ์หรือตัดสินด่าทอและแสดงความไม่พอใจกับภาพวาดพวกนี้ อาตมาคงไม่ทำ พวกโยมล่ะ มองเห็นเป็นอย่างไรกันบ้าง” ครับ..กระผมก็ไม่ได้เห็นเป็นอย่างไรดอก เพราะกระผมมองไม่ออก ว่าอะไรคือความลึกซึ้งทางศิลปะที่อยู่เบื้องหลังภาพ ก็อยากเรียนพระเดชพระคุณเจ้าแหละว่า.. อย่าอมภูมิ-เล่นท่าอยู่เลย ท่านมองเห็นศิลปะแบบไหน-อย่างไรกับภาพที่ว่านี้ ก็ได้โปรดเทศนาให้ฟังเถิด!! อย่าปล่อยให้พวกกระผมคนรู้น้อยนั่งโง่เขลาอยู่เลย เพราะด้วยโง่ กระผมจึงคิดได้แต่เพียงว่าหน้าพระพุทธรูปที่อยู่บนร่างอุลตร้าแมน เป็นกระผมไม่กล้าเขียน-ไม่กล้าวาดดอกขอรับ!! อ้อ..แล้วที่นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก (เรื่องเดียวกันนี้).. ไหนสอนว่า “ไม่ให้ยึดติด” เพียงแค่นี้ไปไม่ได้ก็ไม่ต้องไปไหนในสากลโลกนี้แล้ว อยู่แต่ในวัดต่อไป แล้วคอยรองรับ “ราคาแห่งความตาย” ที่หล่นร่วงลงมา เพราะแต่ละวัด ราคา “กำจัดศพ” ไม่เท่ากัน เฉกเช่นเดียวกับ “ราคาแห่งชีวิต” ในโรงพยาบาล ที่ก็มีราคาในการรักษาชีวิตแตกต่างกันไปตามฐานะชนชั้น”.. นี่..หากรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือเป็นเพื่อนกัน ก็จะถาม… “เพ้ออะไรของมึง”?             สันต์ สะตอแมน             Satorman_1@yahoo.co.th  Creditภาพ:เฟซบุ๊ค พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ Please follow and like us:0 20 20

  • การเมือง,  ผสมโรง

    หมองู ตายเพราะงู?

    แค่ข้าวผัดกะเพรา.. ที่โฆษกรัฐบาลโพสต์พร้อมคำบรรยาย.. “มื้อแรกวันนี้ของท่านนายกฯ ระหว่างเดินทางไปพบพี่น้องประชาชนที่พิษณุโลกและสุโขทัย” ก็..ทำให้ ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ถึงกับต้องแสดงความรู้-วิจารณ์.. “ไปทำงานหรือไปกินข้าว สาระสำคัญของเนื้องานอยู่ตรงไหน กล่องข้าวก็พลาสติกก็ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วบอกให้คนอื่นรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่เข้าท่าครับ” เห็นจะจริงดังเขาว่า..นายกฯลุงตู่เนี่ย หายใจก็มีปัญหาแล้วล่ะ ว่าแต่ผศ.ดร.โอฬาร ท่านไม่เคยทานข้าวผัดกะเพราใส่กล่องเลยใช่ไหม? และที่แซะ “ไปทำงานหรือไปกินข้าว” นั้น.. ถ้าระดับชาวบ้านก็พอจะเข้าใจได้ แต่ปัญญาชน ระดับ “ดอกเตอร์”  ผมว่า..ไม่เข้าท่านะขอรับ! เออ..แต่เรื่องนี้ดูเข้าท่า คือ “เข้าท่า” ทั้งฝ่ายคุณศรีสุวรรณ จรรยา ที่ไปยื่นเรื่องแก่ประธานกกต. เพื่อตรวจสอบการยกเลิกพรรคของพรรคประชาชนปฏิรูป.. เพราะจะได้เป็นความรู้-เป็นบรรทัดฐาน ต่อทั้งประชาชนและนักการเมือง!! และก็เข้าท่า..ทั้งฝ่ายคุณไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ได้ฟ้องคุณศรีสุวรรณ กล่าวหาใส่ร้าย โดยชี้ให้เห็นเหตุฟ้อง.. “มี 2 ประเด็น โดยประเด็นแรก คือ การให้สัมภาษณ์ของนายศรีสุวรรณ โดยมีคลิปเสียงยืนยันระบุว่าตน ‘ฉ้อฉล’ ซึ่งถือว่าเป็นการใส่ความ และทำให้คนอื่นเกลียดชังตน ถือเป็นการหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 โดยจะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาให้เร็วที่สุด ประเด็นที่สองคือ นายศรีสุวรรณ ยังได้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้ประธาน กกต. ว่าตัวเองกระทำความผิดตามพ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา 92 (1) ซึ่งเป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิด พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 101 ที่ระบุว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลตัดสิทธิการเลือกตั้ง “โดยจะยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบอย่างเร็วที่สุด” ครับ..ก็ไม่อยากให้เชียร์หรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่อยากให้ติดตามเรื่องนี้กันไปด้วยกันอย่างสบายอก-สบายใจ เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนจะผิด-ถูก.. ประโยชน์ก็มีแต่ “ได้กับได้” กับสังคม-ประชาชน! คือ..ได้รู้ในด้านข้อกฎหมาย และได้รู้ว่า “การร้องเรียน” ไม่ใช่เรื่องที่ใครนึกสนุก หรือมีอคติในใจ หรือ “อยากดัง” จะทำกันได้ง่ายๆ.. ทุกคนจะต้อง “รับผิด” และ “รับชอบ” ในประเด็นที่ร้องเรียน..คุณศรีสุวรรณถูกก็ได้รับ “ความชอบ” ไป แต่หากผิด ก็ต้องได้รับโทษทางกฎหมายบ้านเมืองไป ส่วนคุณไพบูลย์ที่มั่นใจ ยกตนว่าเป็น “ซามูไรทางกฏหมาย” ก็ดูสิว่า.. หมองู จะตายเพราะงูรึไม่?         สันต์ สะตอแมน Satorman_1@yahoo.co.th Please follow and like us:0 20 20

  • ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง

    พีพีทีวี.กับอนาคตประวิทย์?

    เห็นมั้ยล่ะ?..ข่าว “คู่รัก คู่ร้าง” น่ะจบยาก! วันวาน นักข่าวจึงยังตามจี้ถามดาราสาว “แพทรีเซีย กู๊ด” ที่เลิกเป็นแฟนกับ “พีท-พชร จิราธิวัฒน์” ต่อในหลายประเด็นสงสัย และเธอได้บอก.. “..เรื่องทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นเลยนะคะ ก็คือมันคือความเข้าใจผิดที่คนที่มาอ่านข่าวเห็นว่าเราคบซ้อน หรือว่าเรานอกใจ..แล้วแพทอยากเคลียร์ว่า ไทม์มิ่งมันไม่ได้คบซ้อนแน่นอน” ก็..แค่นี้พอ คือพอให้รู้ว่าเธอยังต้องเหนื่อย ต้องร้องไห้กับสิ่งที่เจออีกต่อไป ตราบที่คนเขายังไม่เชื่อกินข้าวกับ “โน้ต-วิเศษ รังสีสิงห์พิพัฒน์” หลังเลิกกับพีท! แต่เรื่องนี้ผมเห็นจะขอเชื่อครึ่ง-ไม่เชื่อครึ่งเอาไว้ก่อน ก็ที่มีข่าวว่าคุณประวิทย์ มาลีนนท์ เทขายหุ้นช่อง 3 จนเกลี้ยงเพื่อเข้าไปบริหารช่องพีพีทีวี.นั่นแหละ! ครึ่งที่เชื่อ..ก็ด้วยมีคนในแวดวงพูดเข้าหูมานานแล้ว ว่าภายในช่อง 3 หรือพูดให้ตรง “ตระกูลมาลีนนท์”มีปัญหาความไม่ลงรอยของพี่ๆน้องๆ โดยเฉพาะตัวคุณประวิทย์ดูเหมือนจะถูกกีดกัน.. ไม่มีสิทธิ์-เสียงต่อการบริหารจัดการในช่อง 3 เด็ดขาด! ซึ่งหากมองจากข้างนอก ก็ดูจะเห็นเป็นเช่นนั้น และยิ่งแอบได้ยินผู้ผลิต-ผู้กำกับ-เจ้าของรายการปรารภ ก็ทำให้คิดไปได้..คุณประวิทย์ต้องลาจากช่อง 3 แน่! ส่วนครึ่งที่ไม่เชื่อ..ผมยังไม่เห็นกับตา หรืออ่านพบข่าวจากที่ไหนว่าคุณประวิทย์ได้เทขายหุ้นช่อง 3 จนเกลี้ยง ประกอบกับไม่เคยเห็นหรือได้ยิน คุณประวิทย์ได้พบปะ-พูดคุยกับลูกน้องเก่า.. หมายถึงคุณ “สุรินทร์ กฤตยาพงษ์พันธุ์ ที่ย้ายจากช่อง 3 มานั่งเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของพีพีทีวี” มาก่อน! เห็นอยู่ก็แต่ คุณสุรินทร์หัวหมุน วุ่นอยู่กับการสร้างคอนเทนต์ และเจรจาเพื่อดึงผู้จัดฯบ้าง ผู้ผลิตละครบ้าง ผู้กำกับบ้าง ดาราบ้างเข้าไปอยู่ในสังกัด และจนถึงขณะนี้ คุณสุรินทร์ก็ดูจะยังไม่หยุดที่จะไขว่คว้าหาคอนเทนต์ดีๆ-แปลกใหม่ยัดใส่ในช่อง เพราะเป้าหมาย.. ต้องดันพีพีทีวี.ติดกลุ่มท็อปเท็นให้จงได้! ซึ่งเช็ค “เรตติ้ง”เดือนก.ค.ที่ผ่านมา พีพีทีวี. สามารถเบียดช่องเนชั่นทีวี.ขึ้นไปอยู่อันดับ 10 ได้สาสมใจ แต่จะครองอยู่ได้นานแค่ไหน จะหลุดหรือจะขยับขึ้นไปได้อีกหรือไม่ ต้องติดตาม แต่หากคุณประวิทย์เทขายหุ้น เพื่อไปบริหารพีพีทีวี.จริง ก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อย เพราะในยุทธภพนี้ นอกจากคุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ที่เป็น “กระบี่มือหนึ่ง” มาในอดีต.. ผมยังมองไม่เห็น ดูไม่ออกจะมีใคร ช่องไหน-หน้าไหน จะขึ้นมาแทน “จอมยุทธ์แดง” ได้ ถ้าไม่ใช่ “นายประวิทย์” ของช่อง 3? อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณประวิทย์บอกว่า “งง ข่าวขายหุ้น” ผมก็ขอนั่งดูแบบงงๆ อย่างนี้ไปก่อน แต่ขอโทษ.. งง เพราะข่าวมั่ว หรืองงเพราะข่าวรั่วล่ะ..หือ? สันต์ สะตอแมน Satorman_1@yahoo.co.th Please…

  • ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง,  สตรี-แฟชั่น,  สังคม

    วงการบันเทิงยังเน่าไม่พอ?

    สมัยหนึ่งเคยคิดนะ..อยากทำนิตยสาร “คู่รัก-คู่ร้าง”! ไม่ได้จะออกมาแข่ง-แย่งตลาดกับ “คู่สร้างคู่สม”ของคุณดำรง พุฒตาล อะไรหรอก เพียงแค่คิด-เข้าใจเอาเองว่า.. ข่าวประเภทบ้านแตก-เตียงหักของดารา-ไฮโซ-คนดัง น่าจะเป็นที่นิยม-ชื่นชอบของคนอ่านอยู่ไม่น้อย! หรือดี-ไม่ดี อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะเท่าที่สังเกตสังกามา..คู่ดาราหรือคนดัง “เตียงหัก” ทีไร นักข่าวต้องตามขุดคุ้ยข่าวกันเหนื่อยทีนั้น และยังจะตามกันอยู่ (แทบ) ไม่จบไม่สิ้น บางคู่เลิก-หย่ากันมาร่วมปี แต่นักข่าวพบเจอหน้าที่ไหน เป็นต้องยิงคำถามให้ต้องพูด-ต้องเอ่ยถึงผัวเก่า-เมียเก่าไปเสียทุกคราว อย่าง “แอฟ ทักษอร” กับ “สงกรานต์” ก็ดูจะยังเป็นข่าวให้ชาวบ้านได้ดู-ได้อ่านมาจะเป็นปี ทั้งๆ ที่ ทั้งคู่ได้หย่าร้าง ขาดจากการเป็น “ภรรยา-สามี”..พูดง่ายๆไม่มีอะไรให้ต้องผูกพัน-พูดถึงกันอีก ที่สำคัญ “สงกรานต์” ลูกชายคุณไพวงษ์ เตชะณรงค์ ก็ได้คบหากับผู้หญิงคนใหม่อย่างเปิดเผย แต่ไม่วายที่นักข่าวจะไปถามความเห็นเอาจาก “ภรรยาเก่า” ซึ่งคนที่ไม่เคยเลิกผัว-เลิกเมียอย่างนักข่าว.. คงไม่รู้หรอกว่า..การเอ่ยถึงผัวเก่า-เมียเก่าที่หย่าร้างกันไปแล้วนั้น มันอึดอัดและรำคาญสักปานไหน? และที่นักข่าวพยายามลาก-ดึงมาเกี่ยวข้องด้วย..นั่นเพราะรู้ ผู้ดู-ผู้อ่านก็ชอบที่จะสอดรู้-สอดเห็น จึงจำเป็นต้องนำเสนอข่าว! ตอนนี้..อดีตคู่สร้างคู่สม ก็ได้กลายเป็น “คู่รักคู่ร้าง” ไปอีกคู่แล้ว นั่นคือคู่สามี-ภรรยาของคุณธีรภัทร์ สัจจกุล กับ คุณนาตาชา เปลี่ยนวิถี ที่ได้เปิดใจแถลงข่าวสารภาพกับนักข่าวไปเมื่อวันก่อน ซึ่งคำสารภาพก็เป็น “ไดอะล็อค” เดิมๆ คุ้นๆ ของคู่รักในวงการบันเทิงที่เตียงหัก-รักร้างนำมาใช้ คือ..“ทัศนคติไม่ตรงกัน”! ผู้อ่านบางท่านอาจคิดและอยากถาม.. โห ทั้งคู่ทนอยู่ด้วยกันมายาวนานตั้ง 11 ปี จนมีลูกมีเต้าได้อย่างไรถ้าทัศนคติไม่ตรงกัน และยิ่งอ้าง.. “มุมมองในการใช้ชีวิตไม่สอดคล้องกัน” ด้วยแล้ว.. ยิ่งให้สงสัย..แค่เนี่ย ถึงกับต้องเลิก-หย่ากันให้ลูกเกิดปมในใจเชียวรึ? ก็..ไม่รู้นักข่าวจะตามขุดคุ้ย-หาประเด็นมานำเสนอต่อผู้อ่าน-คนดูต่อหรือไม่อย่างไร ถ้ายังไงก็ช่วยฝากถาม.. เรื่องเศรษฐกิจในครอบครัว กับเรื่องบนเตียง ไม่มีส่วนในการเป็นคู่รัก-คู่ร้างบ้างดอกหรือ? อ้อ..อีกคู่ ไม่ใช่คู่ผัวเมีย แต่เป็นคู่ “เมียกับอดีตเมีย” ของคุณเสก โลโซ..ถ้าขอสื่อได้ผมอยากขอ..เลิกยุ่ง เลิกนำเสนอข่าวเสียทีเถอะ.. อย่าให้วงการบันเทิงต้องพลอยเน่ากับข่าว “อีเหลือม”เลย!             สันต์ สะตอแมน             Satorman_1@yahoo.co.th Please follow and like us:0 20 20

  • ท่องเที่ยว & อาหาร,  ประชาสัมพันธ์,  ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง,  สังคม

    พงษ์สิทธิ์ กับชีวิตบนเส้นทางกรรม?

    หนังก็ไม่ค่อยจะมีให้กำกับ.. แล้วนี่.. “ต้อม-ยุทธเลิศ  สิปปภาค” ยังต้องขึ้นโรง-ขึ้นศาล จากการที่ถูกคุณปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรจอมบึง จ.ราชบุรี ในข้อหาหมิ่นประมาทศาลรัฐธรรมนูญ เข้าอีก ก็..ไม่รู้จะปลอบ-จะกล่าวอย่างไรดี  นอกจาก..ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกรรม! ส่วนรายนี้ จะเป็นด้วย “กรรม” หรืออย่างไรเห็นจะต้องถามผู้รู้..ผมหมายถึง คุณปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตรุ่นที่ 3 ระดับตำนานอีกคนในวงการน่ะ! ท่านผู้อ่านคงไม่ทราบ ว่าชีวิต “ปู-พงษ์สิทธิ์”ในห้วง 10 ปีมานี้ เขาต้องตระเวนเล่นดนตรีเพื่อรับใช้สาวก-แฟนเพลงอย่างหนักหน่วง ทั้งในผับ ร้านอาหาร งานกลางแจ้ง เคยมีคนนับการแสดงดนตรีกลางคืนให้ผมฟัง ..ใน 1 ปีปู-พงษ์สิทธิ์ ขึ้นเล่นหน้าเวทีทั่วประเทศมากกว่า 320 วัน! “เบื่อมั้ย..ล้ามั้ย”? ผมเคยถาม ศิลปินเพื่อชีวิตส่ายหัว.. “ไม่เลย..สนุกและมีความสุข ทำให้มีพลังกาย-พลังใจเสียด้วยซ้ำ” แล้ววิถีชีวิตประจำวันล่ะ? ปูบอก.. “ก็ไม่มีอะไร เลิกงานตี 1 ตี 2 ก็นั่งกินข้าวต้มกับทีมงาน ใกล้ๆ สว่างก็เข้านอน ตื่นก็ 3-4โมงเย็น ออกกำลังกายเล็กน้อย เสร็จจากกินข้าวกินปลาก็ดูทีวี.บ้าง อ่านหนังสือบ้าง ฟังเพลงบ้าง.. แต่เดินห้าง ช้อปปิ้ง ไม่ค่อยถูกกับจริตตัวเอง” “ข่าวว่าเป็นโรคเก๊าท์”..ปูตอบ “ก็ดี จะได้เป็นเครื่องไว้เตือนสติ เวลาดื่มจะได้ระมัดระวังขึ้น..ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเล่นดนตรี ทานยาอยู่ประจำ” ข่าวว่าจะมีคอนเสิร์ตใหญ่.. “ครับ..ก็เป็นสิ่งที่ตั้งใจมาก สำหรับการมอบความสุขให้กับแฟนเพลง ตั้งใจไว้ว่า 1 ปีจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ 1 ครั้ง ที่มีความเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบมากกว่าการแสดงอยู่ตามผับ ตามร้านอาหาร คือ..เป็นคอนเสิร์ตที่สมบูรณ์ด้วยระบบแสง สี เสียง และการเตรียมความพร้อมในการสร้างคิวเพลงที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ” เปิดแสดงที่ไหน?.. “ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ในวันที่ 21 และ 22 กันยา ชื่อคอนเสิร์ต  “คำภีร์ Black • White ร็อคสุดขั้ว รักสุดใจ”  โดยวันแรกจะขึ้นเวทีร่วมกับ น้องแก้ม วิชญาณี ด้วยคอนเซ็ปต์สีขาว ดนตรีแนวอะคูสติคที่หาฟังได้ยาก.. ส่วนวันที่สอง..ก็จะเป็นดนตรีร็อค มีแบงค์ วงแคลช มาเป็นแขกรับเชิญ” ครับ..นี่แหละที่ผมสงสัย มันเป็น “กรรม ”หรืออย่างไร ทำไมปู-พงษ์สิทธิ์ ถึงยืนหยัดอย่างมั่นคงบนถนนเพลงเพื่อชีวิตมายาวนานถึง 30 ปี…

  • ประชาสัมพันธ์,  ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง

    จากปัญญาเรณู สู่ฮักบี้ บ้านบาก

    เห็นพาดหัวจากไทยโพสต์ออนไลน์.. “ต้อม-ยุทธเลิศ” แกว่งปาก! ศาลรัฐธรรมนูญ เสือกอะไรกับประชาชนก็ได้เหรอ? บอกตามตรงให้เสียวใจแทน..ไม่รู้เป็น “คนแรง” ขึ้นมาตอนไหน-เมื่อไหร่? เพราะเท่าที่ได้สัมผัสพูดคุย ไม่เคยเห็นแววความก้าวร้าว หยาบกระด้างของ คุณต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนตร์มาก่อนเลย หรือผมจะมองผิด..ถ้านิสัยแท้เป็น “คนแรง” กล้าจะใช้คำพูด (หยาบ)ในหนังตัวเองกับศาลเช่นนี้ ก็ขอให้โชคดี เดินตามทางนี้ไปให้ตลอดรอดฝั่งเถอะนะ! พูดถึง “ผู้กำกับภาพยนตร์”..วันนี้-29 สิงหาแล้วสิ ที่หนังเรื่อง “ฮักบี้ บ้านบาก” ของคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จะเข้าโรงฉาย ซึ่งวานซืนก็ได้เปิดฉาย “รอบสื่อมวลชน” ตามประเพณีปฏิบัติไปก่อนแล้ว ผมนั้นพลาดทั้งๆ ที่ผู้อำนวยการสร้าง-ผู้กำกับฯ คือคุณบิณฑ์ ได้โทรไปชวนไว้ล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ สาเหตุก็..ลืมครับ! แต่แม้จะลืมดู “รอบฟรี” ผมก็ไม่ลืมที่จะเขียนถึง “ฮักบี้ บ้านบาก” และสัญญาจะไปซื้อตั๋วดูในโรงในเร็ววัน เพราะจากการที่ได้ดู-ได้เห็น “ตัวอย่าง” มาหลายรอบ-หลายครั้ง.. อารมณ์ของหนัง น่าจะสนุกกับความใสซื่อ-น่ารักของเด็กๆ ไม่แพ้ “ปัญญา เรณู” ที่คุณบิณฑ์เคยกำกับและสร้างความประทับใจให้ผู้ชมมาเมื่อหลายปีก่อนนู้น ยิ่งได้อ่าน-ได้รู้ ว่าที่คุณบิณฑ์ลงทุน-ลงแรงทำหนังเรื่องนี้ ก็ด้วย “แรงบันดาลใจ” จากเรื่องจริงของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านบาก อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี.. ที่จับพลัดจับผลูถูก “ครูธงชัย” โค้ชกีฬาฮอกกี้ดีกรีทีมชาติ รวบตัวมาเล่นกีฬารักบี้ ที่ทั้งครูทั้งนักเรียนต่างก็ไม่รู้จัก แถมยังขาดทุนทรัพย์ในการฝึกซ้อม! แต่ด้วยความอุตสาหะ ความตั้งใจ ความอดทน-มุ่งมั่น และความรักสามัคคี ทีมรักบี้ของโรงเรียนบ้านบาก ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้ตาค้าง! ท่านผู้อ่านคงจำได้..การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์ประเทศไทย ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 ปทุมธานี รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ระดับดิวิชั่น 2.. ระหว่างทีมโรงเรียนวชิราวุธ กับทีมโรงเรียนบ้านบาก ซึ่งแม้ทีมบ้านบากจะพ่ายแพ้ แต่ก็ชนะใจผู้ชมไปทั่วทั้งสนาม ด้วยน้องๆ-เด็กๆมีความเป็นนักสู้ที่โดดเด่น! นี่..ยิ่งทำให้ผมอยากดู-อยากเห็นวิธีการเล่า การถ่ายทอดเรื่องราวของคุณบิณฑ์ว่าจะออกมาโดดเด่นสมกับความโดดเด่นของ “รักบี้ บ้านบาก” สักแค่ไหน? อย่างน้อยก็เชื่อมือ-ไว้ใจคุณธนิตย์ จิตนุกูล ในฐานะ “ผู้ควบคุมงานสร้าง” จะต้องเอาอยู่ และจะไม่ยอมให้เสียชื่อ เสียเครดิตเป็นแน่! ก็ไม่ได้จะเชียร์หรือเชิญชวนไปดู เพราะหนังดี-ไม่ดีผมยังไม่รู้-ไม่เห็น เพียงแต่บอกเล่าเก้าสิบไว้ เผื่อใครที่มีลูกมีหลานและต้องการแรงบันดาลใจ.. จะลองจูงมือไปดู “ฮักบี้ บ้านบาก” ก็อาจจะพอช่วยสร้างกำลังใจที่ดีให้กับพวกเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย! “ผมอยากให้คนที่ไปดูหนังเรื่องนี้มองโลกในมุมบวกมากขึ้น คนเราถึงแม้จะไม่เคยทำบางสิ่งบางอย่างมาก่อน แต่ถ้าลองศึกษา…