• การศึกษา,  สุขภาพ

    สพฉ.เตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหอบหืดระวังค่าฝุ่นPM2.5 ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ

    สพฉ.เตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหอบหืดระวังค่าฝุ่นPM2.5 ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ พร้อมแนะวิธีดูแลตนเอง ระบุหากประชาชนมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้หลายภูมิภาคทั่วประเทศไทยรวมถึงกรุงเทพมหานคร เริ่มได้รับผลกระทบจากการกลับมาของฝุ่น PM2.5 ล่าสุดสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ออกมาแนะนำถึงวิธีดูแลตนเองของประชาชน โดยนายแพทย์ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ฝุ่นละออง PM 2.5 คือ ซึ่งเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ที่ขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้ ซึ่งขนาดที่เล็กมากของฝุ่นละออง PM2.5 นี้ทำให้สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ หรือกระแสเลือด รวมถึงแทรกซึมสู่เข้าสู่กระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ดังนั้นในช่วงเวลาของการกลับมาของฝุ่น PM2.5 นี้จึงอยากให้ประชาชนดูแลตนเองให้ดี รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลายหน่วยงานคงได้มาย้ำเรื่องการดูแลตนเองเบื้องต้นจากฝุ่น PM2.5 ให้กับประชาชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การแนะนำให้ปิดประตูหน้าต่าง เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าบ้าน หากปิดหน้าต่างไม่ได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาปิดแทนหน้าต่าง หรือหากจำเป็นต้องเดินทางออกไปนอกบ้าน ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดปิดจมูก และปาก หรือสวมหน้ากากกรองฝุ่น และให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือทำงานหนักนอกบ้าน รวมถึงให้ดื่มน้ำมากๆ และงดสูบบุหรี่ในช่วงที่พบฝุ่นละอองในอากาศมาก และที่สำคัญคือไม่เผาขยะ โดยเฉพาะขยะที่มีสารพิษ เช่น พลาสติก ยางรถยนต์ รวมทั้งขยะทั่วไป แต่สิ่งที่ตนอยากฝากเป็นพิเศษคือ ผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงเช่น ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก กลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด โรคเยื่อบุตาอักเสบ ต้องดูแลตนเองให้มากเป็นพิเศษ เพราะฝุ่น PM2.5 จะส่งผลกระทบต่อคนกลุ่มนี้มากที่สุด อยากให้ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านบนอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอากาศที่มีฝุ่นละออง “และหากผู้ป่วยในกลุ่มพิเศษมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินให้รีบโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 เราพร้อมดูแลผู้ป่วยทุกคนฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้หากเราจะออกนอกบ้านแล้วไม่รู้ว่าค่าอากาศในช่วงนั้นเป็นอย่างไร อยากแนะนำให้ทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดหรือสามารถเข้าไปเช็คค่าสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ได้เว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ อย่าง www.aqmthai.com , www.aqnis.pcd.go.th และ www.air4thai.pcd.go.th เพื่อเตรียมรับมือกับฝุ่นละอองได้” รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุ

  • ประชาสัมพันธ์,  สุขภาพ

    สพฉ.เตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมระวังสัตว์มีพิษกัด หากแพ้รุนแรงให้รีบโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

    สพฉ.เตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมระวังสัตว์มีพิษกัด ระบุ แมงป่อง ตะขาบ งู เป็นสัตว์ที่มากับน้ำท่วมมากที่สุด พร้อมแนะวิธีสังเกตอาการหากถูกกัด หากแพ้รุนแรงให้รีบโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังมีอยู่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ในโซนภาคอีสานอย่างจังหวัดอุบลราชธานีสถานการณ์น้ำท่วมยังมีปริมาณที่มากและนอกจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)จะได้ประสานในการดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินในช่วงน้ำท่วมแล้ว ล่าสุดได้มีข้อแนะนำในการะวังภัยของสัตว์มีพิษและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากประชาชนถูกสัตว์มีพิษที่อาจมากับน้ำท่วมกัด โดยนพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง บางพื้นที่ไม่มีฝนตกแล้วแต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากน้ำที่ยังท่วมขังในพื้นที่อยู่ ตนจึงอยากเตือนให้ประชาชนระวังสัตว์มีพิษที่มักมากับน้ำหรืออยู่กับน้ำ ซึ่งโดยสัตว์มีพิษที่ประชาชนควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ งูพิษ ตะขาบ ซึ่งวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากเราถูกแมงป่องกัดดีดังนี้เบื้องต้นเราต้องทำความสะอาดบริเวณแผลที่ถูกแมงป่องกัดด้วยน้ำสะอาด และเราสามารถประคบเย็นได้ครั้งละประมาณ 10 นาที เพื่อลดอาการบวมเฉพาะที่ ถ้ามีอาหารปวดสามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อระงับอาการปวดได้ และในส่วนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากเราถูกตะขาบกัด ซึ่งหากถูกตะขาบกัดให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการล้างแผลที่ถูกตะขาบกัดให้สะอาด กินยาพาราเซตามอลแก้ปวด ให้ยาหม่องทาบางๆ เบาๆ ไม่กดนวด ตรงบริเวณที่ถูกตะขาบกัด และหากมีอาการปวดมากให้ใช้น้ำอุ่นประคบที่แผลประมาณ 20 นาที และ ซึ่งการถูกสัตว์ทั้งสองชนิดกัดหากท่านปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วมีอาการแพ้รุนแรงเช่นบวมบริเวณใบหน้า หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หน้ามืดเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ช็อคหมดสติ ให้รีบโทรสายฉุกเฉิน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที รองเลขาธิการสถาบันการแทพย์ฉุกเฉิน กล่าวว่า นอกจากแมงป่องและตะขาบที่กล่าวไปข้างต้นแล้วงูพิษก็เป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดอีกชนิดหนึ่งที่มากับน้ำ โดยงูจะแฝงตัวอยู่ในพื้นที่รกและชื้นแฉะ ซึ่งข้อมูลจากสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ระบุว่า งูพิษที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ 1.งูพิษที่มีผลต่อระบบประสาท ได้แก่ งูเห่าไทย งูเห่าพ่นพิษสยาม งูจงอาง งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา โดยพิษของงูจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเป็นอัมพาต จะเริ่มจากกล้ามเนื้อมัดเล็ก ไปจนถึง กล้ามเนื้อมัดใหญ่และสุดท้ายจะเป็นทั้งตัว อาการแรกเริ่ม คือ หนังตาตก ผู้ป่วยลืมตาไม่ขึ้น ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดๆ ว่าผู้ป่วยง่วงนอน ต่อมาจะเริ่มกลืนน้ำลายลำบาก พูดอ้อแอ้ และหยุดหายใจ เสียชีวิต 2.งูพิษที่มีผลต่อระบบเลือด ได้แก่ งูแมวเซา ซึ่งหากถูกกัด จะมีอาการปวดบวมบริเวณรอบแผลเล็กน้อย และงูกะปะ หากถูกกัดจะพบตุ่มน้ำเลือด และมีเลือดออกจากแผลที่ถูกกัด ส่วนกรณีของงูเขียวหางไหม้ จะมีอาการบวมบริเวณที่ถูกกัด และลามขึ้นค่อนข้างมาก เช่น ถูกกัดบริเวณนิ้วมือ แต่บวมทั้งแขน นอกจากนี้จะมีอาการช้ำเลือด และ พิษของงูจะไปทำให้เลือดในร่างกายไม่แข็งตัว เลือดออกไม่หยุด หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร เลือดออกในสมอง ปัสสาวะมีเลือดปน เลือดออกตามไรฟัน หรือพบภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมด้วยได้ และ 3.งูพิษที่มีผลทำลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ งูทะเล โดยจะทำให้ปวดกล้ามเนื้อทั่วตัว ปัสสาวะมีสีเข้มจนถึงสีดำ…

  • ประชาสัมพันธ์,  สังคม,  สุขภาพ

    สพฉ.แจง กรณีรถฉุกเฉินไม่สามารถเข้าไปรับผู้ป่วยในสนามบินดอนเมืองได้

    สพฉ.แจง กรณีรถฉุกเฉินไม่สามารถเข้าไปรับผู้ป่วยในสนามบินดอนเมืองได้ ระบุเป็นมาตรฐานสากลที่ให้สนามบิน รถไฟใต้ดินเป็นพื้นที่ปลอดภัยพิเศษ พร้อมระบุไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เตรียมหารือพื้นที่พิเศษ สนามบิน รถไฟใต้ดิน การทางพิเศษ ให้เชื่อมกับระบบ 1669 เพื่อดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างทันท่วงที กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมเล่าเรื่องราวเพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่คุณพ่อป่วยฉุกเฉิน แต่รถ 1669 ไม่สามารถเข้ามารับที่สนามบินดอนเมืองได้ เพราะสนามบินเป็นเขตต้องห้าม พอให้รถโรงพยาบาลในสนามบินไปส่ง ก็ส่งให้แค่รัศมี 8 กิโลเมตร สุดท้ายพ่อลำไส้ปริแตก ทำให้เสียโอกาสการใช้สิทธิ UCEP ที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ภายใน 72 ชั่วโมง ทำให้ทางครอบครัวไม่สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลได้ ล่าสุด เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า อยากให้พี่น้องประชาชนให้เข้าใจ การทำงานในพื้นที่พิเศษ อย่างเช่น สนามบิน รถไฟใต้ดิน ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของของสถานที่นั้นๆ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำให้มีข้อจำกัดการเข้าการออก สำหรับกรณีการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ขอเรียนว่า ทางสนามบินเอง ก็มีทีมแพทย์ฉุกเฉินอยู่ตลอดเวลา อย่างในสนามบินดอนเมือง เข้าใจว่าอยู่ในรูปแบบของคลินิก ที่ทำการรักษาในเบื้องต้น แต่ในส่วนของเรื่องการผ่าตัดอาจไม่มีขีดความสามารถ จึงจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลภูมิพล “กรณีของผู้ที่ร้องเรียนเข้ามานั้น เข้าใจว่า ผู้ร้องเรียนไม่ทราบเบอร์ฉุกเฉินของสนามบิน คงจำได้เฉพาะเบอร์โทร 1669 จึงโทรมาเบอร์นี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี แต่พื้นที่พิเศษ โดยเฉพาะสนามบินมีข้อจำกัดเรื่องความปลอดภัยอยู่ ตรงนี้ ควรประสานไปยังทีมแพทย์ของสนามบินนั้นๆ เพื่อทำการรักษา หรือ ส่งต่อผู้ป่วยจะดีที่สุด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ สพฉ.เองไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อไปจะมีการพูดคุยกับสนามบินต่างๆ รวมทั้งพื้นที่พิเศษอื่นๆ เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน การทางพิเศษว่าเราจะเชื่อมต่อกันอย่างไร หรืออาจจัดตั้ง หน่วยปฏิบัติการฉึกเฉินเชื่อมต่อกับระบบ 1669 อยู่ในทุกสนามบินเลย ตรงนี้เราก็จะมีการพูดคุยเพื่อพัฒนาต่อไป” เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวด้วยว่า กรณีที่ผู้ร้องเรียนระบุ เสียโอกาสใช้สิทธิ UCEP ขอเรียนว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น บิดาของผู้ร้องเรียนเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ หากคัดแยกประเภท ก็จะเข้าการเจ็บป่วยแบบเร่งด่วน ไม่ใช่การเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ที่อาจทำให้เสียชีวิตในทันที ทั้งนี้สพฉ.จะทำการตรวจสอบอีกครั้ง ว่าเข้าเกณฑ์ หรือไม่ และยินดีเป็นหน่วยงานกลางในการทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย ยืนยันว่า ประชาชนคนไทยทุกคน มีสิทธิในการใช้ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ โดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล ภายใน 72 ชั่วโมง…

  • การเมือง,  ประกาศ,  ประชาสัมพันธ์,  เกษตร

    สพฉ.จัดระบบสายฉุกเฉิน 1669 -24 ชั่วโมง พร้อมรับ “โพดุล” ถล่มอีสาน

    สพฉ.จัดระบบสายฉุกเฉิน 1669 พร้อมรับ “โพดุล” ถล่มอีสาน ระบุสายด่วนพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานภาคีเครือข่ายมูลนิธิและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จัดระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมสูง เตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เตรียมกระเป๋ายังชีพฉุกเฉินพร้อมจัดทำรายการสิ่งของและยาของโรคประจำตัวติดตัวไว้ให้พร้อม นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคอีสานจากพายุไต้ฝุ่นโพดุลที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างว่า เราได้จัดทีมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในภาคอีสานหลากลหายจังหวัดในขณะนี้อย่างใกล้ชิด โดยได้ตรวจสอบคู่สาย 1669 ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา หากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสำหรับประชาชนที่อยู่ในสถานการณ์น้ำท่วมเฉียบพลันและอยู่ในพื้นที่ที่เกิดพายุต้องคอยฟังประกาศเตือนภัยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเตรียมการในเบื้องต้นเพื่อระวังภัย โดยการตรึงประตู หน้าต่าง ให้มั่นคง ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรขณะฝนตกฟ้าคะนอง และขณะฝนตกฟ้าคะนอง ห้ามอยู่ใต้ต้นไม้ เสาไฟ และห้ามโทรศัพท์เด็ดขาด หากรู้สึกว่าบ้านกำลังจะพังให้ ห่อตัวเองด้วยผ้าห่ม หลบใต้โต๊ะ ใต้เตียง หรือที่แข็งแรงมั่นคง รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการป้องกันเหตุน้ำป่าน้ำท่วมฉับพลันประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องรีบอพยพขึ้นที่สูง ควรสวมเสื้อชูชีพ โดยหลีกเลี่ยงการเดินผ่านแนวธารน้ำ ช่องระบายน้ำ ห้ามเดินฝ่ากระแสน้ำเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการเดินควรใช้ไม้ปักดินคลำทาง เพื่อสังเกตว่าดินตื้นลึกแค่ไหน และห้ามขับรถฝ่ากระแสน้ำท่วม แต่หากเกิดน้ำท่วมระหว่างอยู่ในรถ และน้ำขึ้นสูงรอบๆ รถ ให้รีบออกจากรถโดยเร็ว สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานควรจัดเตรียม กระเป๋ายังชีพฉุกเฉิน และจัดทำรายการสิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียม โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1.สิ่งของยามฉุกเฉิน คือ น้ำดื่ม มีดอเนกประสงค์ กระดาษชำระ วิทยุใส่ถ่าน เชือก เทปกาวสะท้อนแสง ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ยาประจำตัว เสื้อผ้า ไฟฉาย นกหวีด เทียนไข ไฟแช็ค ไม้ขีดไฟ ถุงพลาสติก ปากกาเมจิค และชุดปฐมพยาบาล ประกอบด้วย หน้ากาก ยาฆ่าเชื้อ สำลี ผ้าก็อซ แหนบ ผ้าพันแผล พลาสเตอร์ยา 2.สิ่งของมีค่า คือ เอกสารหลักฐาน และสิ่งสำคัญในชีวิต อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ บัตรประกันสุขภาพ ทะเบียนบ้าน สมุดธนาคาร หนังสือเดินทาง เงินสด กุญแจบ้าน กุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ ที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือ แว่นสายตา สมุดบันทึก 3.สิ่งของจำเป็น และของใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อการดำรงชีวิต อาทิ อาหารแห้งพร้อมรับประทาน ชุดชั้นใน หนังสือพิมพ์…