การศึกษา,  คมนาคม,  สังคม,  สุขภาพ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและตรวจสอบช่องทางธรรมชาติแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในการคัดกรองโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และตรวจสอบช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนไทยมาเลเซีย บริเวณช่องทางข้ามธรรมชาติหลังชุมชนตันหยงมะลิ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส คุมเข้มช่องทาง ท่าข้ามธรรมชาติตลอดแนวชายแดน ไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาโดยไม่ผ่านการคัดกรองโรค COVID-19 โดยมี พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง ศูนย์ Local Quarantine ตั้งอยู่บริเวณศูนย์ OTOP หน้าด่านศุลกากรชายแดนสุไหงโก-ลก เพื่อไปตรวจติดตามและพบปะเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่อยู่ในกระบวนการกักตัว รวมถึงได้ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ขนส่ง เจ้าหน้าที่การประชาสัมพันธ์ เพื่อติดตามการทำงาน ณ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ และยังได้นำความห่วงใยของนายกรัฐมนตรี บอกกล่าวกับเจ้าหน้าที่อีกด้วย

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม่น้ำสุไหง-โกลก เป็นแม่น้ำสายหลัก มีระยะทาง 100 กว่ากิโล ติดพรมแดนมาเลเซียอย่างที่ทราบพี่น้องประชาชนคนไทยจำนวนหนึ่งไม่ได้ลงทะเบียนหรือว่าลงทะเบียนไม่เป็นอีกทั้งต้องใช้เวลานานและมีความจำเป็นต้องกลับประเทศไทย และเลือกลักลอบข้ามมาทางด่านธรรมชาติ ด้วยการเดินข้ามแม่น้ำมา

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองโดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะทหารกองทัพภาคที่สี่ได้จัดกำลังในการดูแลด่านธรรมชาติเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ฝั่งมาเลเซียข้ามเข้ามาต้องถูกดำเนินการกฎหมายด้วยการจับคุมเปรียบเทียบปรับ

จากนั้นนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองทำประวัติ เพื่อตามจังหวัด และนำเข้าสู่กระบวนการ กักตัว 14 วัน เมื่อครบ 14 วัน ก็สามารถกลับไปยังภูมิลำเนา ซึ่งเป็นมาตราการดังกล่าวที่ได้มาดู

แต่หลักๆ วันนี้ต้องการมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ชายแดน มีความยากลำบาก โดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้ฝากให้กำลังใจมา ซึ่งดูจากมาตรการการคัดกรองตามแนวชายแดนแล้ว โอกาสที่ประชาชนจะลักลอบข้ามมาโดยไม่ผ่านการคัดกรองมีโอกาสน้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้คุมเข้ม

ทั้งนี้หากมีก็ได้มีการประสานฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยกันคัดกรองและแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ทำประวัติ และนำเข้าสู่ Local Quarantine ที่จังหวัดได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งสามารถสร้างความั่นใจให้กับประชาชนชาวนราธิวาสได้ในมาตราการคัดกรองการข้ามมาในประเทศของคนไทยจากมาเลเซีย

ทั้งนี้ ขอฝากเตือนประชาชนคนไทยที่ไปอยู่ที่มาเลเซีย ถ้าอยากกลับมายังประเทศไทยขอให้กลับมาอย่างถูกต้องตามกระบวนการของด่านกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากหากข้ามมาจากด่านธรรมชาติจะต้องถูกจับเสียค่าปรับเนื่องจากทำผิดกฎหมาย และเมื่อถูกจับประชาชนจะมีประวัติ เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ต้องการกลับไปทำงานยังมาเลเซีย จะส่งผลต่อการข้ามแดนในครั้งต่อไป

ศูนย์ประชาสัมพันธ์

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *