การเมือง,  ผสมโรง,  สุขภาพ

ปลอดภัย..แล้วไง?

ผสมโรง

สันต์ สะตอแมน

ประเทศอื่นจะเหมือนอย่างเรามั้ย?

กับสถานการณ์ไวรัส “โควิด-19” ที่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้ เพราะบ้านเรา-ประเทศไทยดูเหมือนนอกจากประชาชนจะตื่นตระหนก-ตกใจ หรือพูดง่ายๆ “กลัวจนขี้ขึ้นสมอง” แล้ว..

ทั้งนักการเมือง ทั้งสื่อโซเชียล-สื่อหลัก ก็จะพยายามเป็นอย่างยิ่งในการเพิ่ม “ความกลัว” เข้าไปในจิตใจผู้คนให้ยิ่งอลหม่าน!

สื่อ..โหมประโคมข่าวอึกทึกครึกโครมไม่เว้นนาที-เว้นชั่วโมง ในขณะที่นักการเมืองโดยเฉพาะ “ฝ่ายค้าน” ก็พากันดาหน้าออกมาโชว์ภูมิ อวดฉลาดไม่เว้นนาที-เว้นชั่วโมงด้วยเช่นกัน

 และเท่าที่ดูๆฟังๆ จะเป็นการหยิบเอาไวรัสมาผสมการเมือง หวังซ้ำเติมรัฐบาลซะส่วนหนึ่ง!

ประเภทที่นำเสนอข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในการต่อสู้กับโควิด-19 นั้น ดูจะไม่เคยได้ยิน-ได้เห็น เหตุนี้ผมจึงถาม..

ประเทศอื่นเขาเป็นเหมือนประเทศไทยเรามั้ย?

WE ARE TOGETHER หายไปไหน?..ไม่มีใครสักคนเลยรึที่จะลุกขึ้นมา ชูมือ (ไม่ใช่สามนิ้ว) เพื่อจุดประกายให้คนไทยได้มีกำลังใจ มีพลัง ที่จะก้าวเดินฝ่าวิกฤติ-ไวรัสนี้ไปด้วยกัน..

เหมือนเช่นทุกคราว-ทุกครั้ง ที่คนไทยประสบภัยธรรมชาติ!

หน้ากากอนามัยหาย นั่นก็ปล่อยให้กฎหมายตามล่าหาคนผิดไป ซึ่งไม่ช้านานความจริงก็จะปรากฏ

ยิ่งคุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หอบหลักฐานมัดใหญ่ ไปยื่นให้กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ไว้ด้วยแล้ว..

พ่อแก้ว-แม่แก้ว ก็เห็นจะช่วยลูกช้างไม่ได้.. ขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยและนำส่งขายต่างประเทศ ไม่รอด (คุก) แน่!

แต่จะใช่ “เขา” คนนั้นรึเปล่าอย่าไปเดา และอย่าไปแช่ง เพราะหากความจริงประจักษ์ไม่ใช่เขาผู้อยู่เบื้องหลัง จะเป็นบาปเอา!

นี่..พูดถึง “หน้ากากอนามัย” ที่เห็นตอนนี้ก็เข้าใจล่ะ แต่ก็อยากเตือนอย่าเป็น “เจ๊กตื่นไฟ” กันไปนักเลย..มีก็ซื้อมาใช้ ไม่มี-หาไม่ได้ ก็อย่าวิตก-กังวลเสียจนกินไม่ได้-นอนไม่หลับ

อ่าน-ศึกษาข้อมูลเรื่องไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขเอาไว้เป็นหลัก พัก-ละสายตาข้อมูล (เท็จ) จาก “หน้าจอมือถือ” ลงเสียหน่อย และคอยชำเลืองดู “นักเล่าข่าว” ทางจอโทรทัศน์เป็นครั้งคราว..

เท่านี้ก็น่าจะพอช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต เป็นปกติสมบูรณ์ โดยไม่ต้องพึ่งหน้ากากอนามัย!

อ้อ..เรื่องที่รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐจัดประชุม สัมมนาตามโรงแรมทั่วทุกภูมิภาคนั้น ผมว่านักเล่าข่าวอย่าไปขัดไปบ่นไปด่าว่า “ปัญญาอ่อน” ให้เสียกำลังใจไปเลย

ประเทศมันต้องขับเคลื่อน การกระตุ้นเศรษฐกิจในท่ามกลางวิกฤติจำต้องดำเนินการไป ขืนปล่อยให้คนหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้าน..

ปลอดภัย..แล้วไง..ประเทศฉิกหายหมดแล้ว!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *