การเมือง

ไทยออยล์ เผยภาพรวมผลประกอบการ และภาพรวมปี 2563

วิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ต้นปี 2562 ภาพรวมค่าการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันภายในภูมิภาครวมทั้งไทยออยล์ปรับตัวลดลงกดดันจากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากการเริ่มดำเนินงานของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศจีน รวมถึงการที่สหรัฐฯคว่ำบาตรประเทศที่ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านและเวเนซูเอล่า ส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในภูมิภาคต้องหันไปใช้น้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ที่มีคุณลักษณะค่อนข้างเบาทดแทน ส่งผลให้อุปทานย้ำมันสำเร็จรูปชนิดเบา โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มมากขึ้น กดดันส่วนต่างราคาและค่าการกลั่น นอกจากนี้ บริษัทฯได้ดำเนินการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนในช่วงปลายไตรมาส 2 มาถึงต้นไตรมาส 3 รวม 45 วัน ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการกลั่นปรับลดลง ทั้งนี้การซ่อมบำรุงใหญ่ได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมและปัจจุบันอัตราการใช้กำลังกลั่นกลับมาอยู่ในระดับปกติ

ปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องไตรมาส 4 ของปี 2562 ตลอดจนปี 2563 บริษัทฯคาดว่าค่าการกลั่นจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคที่ยังขยายตัวต่อเนื่องรวมทั้งเข้าสู่ฤดูหนาว และฤดูการท่องเที่ยว ประกอบกับการบังคับใช้กฎระเบียบควบคุมการปล่อยกำมะถันของเรือเดินทะเล ในวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่กำหนดปริมาณกำมะถันที่ปล่อยออกจากเรือต้องลดลงจากร้อยละ 3.5 เหลือร้อยละ 0.5 ส่งผลให้เรือต้องเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันเตากำมะถันสูงในปัจจุบันไปเป็นน้ำมันเตากำมะถันต่ำ หรือ น้ำมันดีเซลแทน ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะดีเซล และค่าการกลั่นในภาพรวมปรับสูงขึ้น

 

ในปี 2562-2566 บริษัทฯ มีแผนลงทุนเป็นจำนวนเงินทั้งหมดประมาณ 4,834 ล้านเหรียญสหรัฐฯซึ่งส่วนใหญ่ ใช้ลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด โดยบริษัทฯมีแผนการจัดหาเงินลงทุนโดยใช้เงินสดที่บริษัทมีอยู่ประกอบกับเงินสดจากการดำเนินงานในอนาคต และการจัดหาเงินผ่านการกู้ยืม และ/หรือออกหุ้นกู้เพิ่มเติมโดยพิจารณาตามสภาวะตลาดตราสารหนี้ที่เหมาะสม ซึ่งกลางเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัทฯประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐอเมริกาไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ จำนวนรวม 565 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัทฯ ในช่วงสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในระยะต่ำและเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนในปัจจุบัน โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Standard and Poor’s และ Moody’s ที่ระดับ BBB+ และ Baa1 ตามลำดับ โดยมีอายุ 30 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.50 ต่อปี ถือว่าเป็นหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับหุ้นกู้อายุ 30 ปี ของประเทศไทย และยังเป็นหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดของบริษัทที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ BBB จากภูมิภาคเอเชียในรอบปีที่ผ่านมา ภายหลังจาก เสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวของไทยออยล์ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันในต่างประเทศ ได้รับความนิยมสูงมาก โดยมียอดจองถึง 1,500 บ้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 2 ชั่วโมงที่ออกเสนอขาย และมียอดจองทั้งหมดมากกว่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 6.5 เท่าของวงเงินที่ตั้งไว้

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *