เปลว สีเงิน

ฝันที่ (อาจ) เป็นจริงของไทย

“เสน่ห์” ที่ชวนค้นหา………
และเป็น “ยาต่อชีวิต” มนุษย์ได้ดีที่สุด คืออะไร ท่านทราบมั้ย?
ไม่ต้องเดา จะบอกให้
“ความหวัง” ไงล่ะ!

ผิดหวัง-สมหวัง ไม่สำคัญเท่า “เป็นคน” ต้องมีความหวัง มีแต่คนตายแล้วเท่านั้น ที่ไม่มีความหวัง

อย่างตอนประกาศพรก.ฉุกเฉิน ปิดบ้าน-ปิดเมือง ถึง ๓๐ เมษา.ทุกคนก็หวัง ถึง ๑ พฤษภา.คงได้เปิดบ้าน-เปิดเมือง
แต่ปรากฏว่าไม่ได้เปิด….

เมื่อวาน (๒๗ เมย.๖๓) ศูนย์บัญชาการศบค. มีมติ ปิดต่อไปถึง ๓๑ พฤษภา.เพื่อให้โควิดมันสิ้นฤทธิ์-สิ้นเชื้อจริงๆ
ขืนรีบเปิด แม้เหลือป่วยหลักเดียวก็เหอะ เกิดปะทุรอบ ๒ อย่างสิงคโปร์ มันเสีย “มาตรฐานไทย-มาตรฐานโลก” หมดเลย

สำหรับคนไทย…..
อดทนมาถึงป่านนี้แล้ว เสียอะไรก็เสียได้ แต่ถ้า “เสียหน้า” ยอมไม่ได้เด็ดขาด
จะปิดไปทั้งปี เพื่อแลกกับการไม่เสียหน้า ก็ยอม (ขอให้บ่นได้บ้างละกัน)!

แต่ไม่ต้องเครียดหรอก ที่ว่าปิดต่อนั้น ขอบอกว่า เขาปิดแบบระบำตาหรั่ง รู้จักระบำตาหรั่งมั้ยล่ะ?

คือปิดแบบเปิดวับๆ แวมๆ พอให้เกิดจินตนาการ คลายคลั่งน่ะ

เดี๋ยววันนี้ (๒๘ เมย.) ก็รู้ ……..
ครม.จะเคาะออกมา ว่าสถานประกอบการประเภทไหน ขาว, เขียว, เหลือง, แดง ได้เปิดมาก-เปิดน้อยไปตามนั้น

แล้วทุกคนก็หวังต่อ
หวังว่า ตลอดเดือนพฤษภา.ขออย่ามีป่วยเกิน ๒ หลักเลย ถึง ๑ มิถุนา.ประเทศไทยจะได้เข้าสู่ “ยุคพระศรีอาริย์” จำลอง ซะที!

สมมุติ ถึงมิถุนา.ไทยมีป่วยโควิดจุ๋มจิ๋ม แต่ที่อื่นในโลกเขายังป่วย-ยังตายกันโครมๆ นั่นก็หมายความว่า ธุรกิจ-การค้า ก็ยังเดินหน้าไม่ได้

ตัวเราเองจะเดินทางไปไหนก็ไม่ปลอดภัย ทั้งเครื่องบินก็ยังไม่บิน แต่ละประเทศก็ยังปิดประเทศอยู่

ยุคพระศรีอาริย์ของเรา พวกเราก็คงสุขแบบเฉาๆ และจับเจ่า-จำเจอยู่กับที่ตามเดิม

ตานี้ก็ต้องหวังต่ออีก……
หวัง ขอให้โลกค้นพบยารักษาโควิดได้ซักที และหวังให้ ประเทศไหนก็ได้ในโลก
“ผลิตวัคซีน” ต้านโควิดได้สำเร็จ!

ทั้งโลกตอนนี้ ไม่มีใครคิดอยากได้เงิน-ได้ทอง ทุกคนชะเง้อหาแต่ “ยาและวัคซีน” ใช้รักษาและต้านเชื้อโควิด

“วัคซีน” ตัวเดียวเท่านั้น “คือชีวิต” ของคนทั้งโลก

ประเทศไหนผลิตวัคซีนออกมาได้ก่อนตอนนี้ ประเทศนั้น จะเป็น “เจ้ามหาชีวิต” คนทั้งโลก

“ทองคำ” ที่ราคาบ้าคลั่งตอนนี้ บรรดามีทั้งหมดในโลก เอามารวมกัน ยังมีมูลค่าไม่เท่าวัคซีนต้านโควิดซักหลอดที่โลกรอคอย!

ผมจะบอกอะไรให้คำ ….
เพื่อเป็น “ความหวัง” ละลายเซ็งของพวกเราคนไทย ที่อยู่ในอาการเวิ้งว้างเหมือนคนทั้งโลก บนการรอคอยวัคซีนที่ไม่มีกำหนดว่า เมื่อไหร่ ปีไหน ชาติไหน?

ทำเป็นเล่นไป……..
ประเทศไทยเรานี่แหละ เผลอๆ จะอยู่ในกลุ่มประเทศแรกของโลก ที่สามารถค้นพบและผลิตวัคซีนต้านโควิด-๑๙!

ไม่ได้พูดเล่น หรือจุดประกายให้หวังกันแบบลมๆ แล้งๆ เพราะผมสังเกตทีท่า องค์การอนามัยโลก WHO และสังเกตุทีมสาธารณสุข-ทีมไทยแลนด์
หมู่นี้ แต่ละคนอารมณ์ดี…..
พูดจาภาษาวัคซีนกันแปลกๆ ออกมาให้สัมภาษณ์แต่ละท่าน-แต่ละที ลูกตางี้…ยิ้มได้

อย่างเช่น……..
-นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค
-นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
-นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ
-คุณสุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
-นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง แพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข
-คุณวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกรรมการบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด(BioNet-Asia Co.,Ltd)
-นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์” อธิบดีกรมการแพทย์
และ “ลุงยง”…..
-ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่ต้องให้เครดิตพิเศษ……..
ไม่ใช่ในฐานะรัฐมนตรีสาธารณสุขโดยตรง แต่ในฐานะ ผู้ “ปิดทองหลังพระ” ทีละแผ่น-สองแผ่น ในวงจรยาและวัคซีนขณะนี้

คือ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล”!

คงเห็นข่าวนี้ในช่วง ๒-๓ วันนี้กันแล้วกระมัง

WHO คัดเลือกประเทศไทยร่วมกับอีก ๘ ประเทศ ศึกษาการต้านโควิด-19

“องค์การอนามัยโลก” ประกาศว่าประเทศไทยจะเข้าร่วมการศึกษาทางคลินิกหลายประเทศ
เพื่อรับการรักษาที่มีศักยภาพสำหรับโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหายาทั่วโลกอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาโควิด-19

นอกจากประเทศไทยแล้ว การทดลองนี้ จะรวมถึงการมีส่วนร่วมของ อาร์เจนตินา บาห์เรน แคนาดา ฝรั่งเศส อิหร่าน นอร์เวย์ แอฟริกาใต้ สเปน และ สวิตเซอร์แลนด์
วิธีการรักษาโควิดของไทย กำลังเป็น “กรณีศึกษา” ของหลายๆประเทศเวลานี้ ญี่ปุ่นยังต้องโทรมากระซิบถามอธิบดีกรมการแพทย์
คือมันเยี่ยมมาก …….

สถิติเป็นอันดับ ๒ ของโลก รองจากจีน แพทย์ไทยสามารถรักษาผู้ป่วยหายเป็นปกติเกือบ ๙๐%
จากยอดผู้ป่วย ๒,๙๓๑ ราย
รักษาหายกลับเป็นปกติ ๒,๖๐๙ ราย (๒๗ เมย.๖๓)!

ทุกรายการ เปิดเผย โปร่งใส ภายใต้การรับรู้ของ WHO ทุกระยะ

ต้องเข้าใจกันว่า ทุกวันนี้ “ในโลก” ยังไม่มีใคร-ประเทศไหนผลิตยารักษาคนติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ได้โดยตรง

ล้วนแต่เอายาที่ใช้กับไวรัสอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วปะทะ-ปะทังไปเท่านั้น

แล้วแต่แพทย์ประเทศไหนจะมีเชิงภูมิ นำยาที่ใช้รักษาโรคอื่นนั้นมาประยุกต์ใช้ ด้วยเทคนิกพลิกแพลงตามเชิงภูมิการสาธารณสุขประเทศนั้นๆ

คือที่ทุกประเทศใช้ ไทยเราก็ใช้เหมือนๆกัน ๖-๗ ชนิด เช่น ยาต้านโรคเอดส์ ยาต้านไข้หวัดใหญ่

ฟาวิพิราเวียร์ ของญี่ปุ่น ที่ “องค์การเภสัช” กำลังเอาสูตรมาผลิตเอง และยาควอโรควิน ที่ใช้รักษามาลาเลีย
ที่อื่นเขาใช้ ปรากฏว่าได้ผลน้อย มีตายมาก แต่ไทยใช้กลับได้ผลดีมาก มีตายน้อย

นั่นเพราะ “สูตรปรุง-สูตรต้มยำ” ซึ่งก็สุดจะเรียก อยู่ที่ว่าใครจะจัด “อัตราส่วน” ในการให้ยาตามลักษณะอาการได้เจนจัดขนาดไหน อย่างไร เป็นสำคัญ

เพราะอย่างนี้ WHO นอกจากชมเชยไทย ยังประกาศให้ไทยเป็น ๑ ใน ๘ ประเทศ เข้าร่วมศึกษา-ค้นคว้ายาโควิด ในระดับโลก!

ประเทศไทยจะเป็นพันธมิตรที่มีคุณค่าในการเป็นเจ้าภาพการศึกษาเพื่อประเมินว่าการรักษาที่มีศักยภาพมีประสิทธิภาพหรือไม่

เป้าหมายคือ การระบุยาที่จะช่วยชีวิตผู้คนในการต่อสู้ระดับโลกเพื่อต่อสู้กับไวรัสนี้………………

“เราต้องใช้ทุกโอกาสเพื่อลดการแพร่กระจายของโควิด-19 ระหว่างผู้คน
หน่วยงานด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลกกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลไทย เนื่องจากเป็นการเพิ่มการตอบสนองด้านสาธารณสุขต่อโรคโควิด-19
โดยให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค และอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศและองค์กรที่ทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้กับไวรัส”

นี่……
เวลานี้ ไทยเราถึงระดับนี้แล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจากพวกเราทุกคน ถึงจะด่ามั่ง แช่งมั่ง แต่ส่วนใหญ่ปฏิบัติตามมาตรการเข้มแข็ง ผลจึงออกมาดีงามกับประเทศ ได้หน้า-ได้ตากันทั้งประเทศ

อ้าว…ยังไม่ทันได้คุยถึงเรื่องไทยเรากำลังพัฒนาวัคซีนต้านโควิดเลย หมดเนื้อที่ซะแล้ว

ขยุ้มๆ ไว้ก่อน คือใครจะผลิตวัคซีน ต้องแจ้งให้ WHO เขารู้และอนุญาต ไทยเราเรียบร้อยแล้วตรงนี้

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล โดยความร่วมมือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด บริษัทคนไทย
ดำเนินการพัฒนาวัคซีนโควิด ถึงขั้นการทดลองในสัตว์ และในห้องปฏิบัติการแล้ว หวังที่เป็นจริง มีโอกาสอยู่

นอกจากพัฒนาเองแล้ว…..
ไทยยังได้เข้าร่วมเป็นทางการกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติของจีน เข้าทดสอบวัคซีนในคนกับจีน ทั้ง ๓ ระยะแล้ว

คร่าวๆ ทิ้งไว้แค่นี้ก่อน
ที่ควรทราบคือ ประเทศไหนผลิตได้ก่อน คนประเทศนั้นได้สิทธิใช้วัคซีนกับคนในประเทศตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
ตอนนี้ ที่แข่งพัฒนา คือ จีน, สหรัฐ, อังกฤษ แต่ประเทศที่แนวโน้มจะสำเร็จก่อนคือ จีน

และนั่นคือ ไทยก็สำเร็จด้วย รวยและดังระเบิดโลกกันละตานี้!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *