เปลว สีเงิน-คนปลายซอย

เรือสำราญ “อย่าเป็นม้าอารีย์”

“เห็นด้วย” กับนายกฯ

ที่ “ไม่อนุญาต” ให้……..
เรือสำราญเวสเตอร์ดัม (Westerdam) เข้าเทียบท่าแหลมฉบัง เพื่อใช้ประเทศไทย “เป็นทางผ่าน” ให้ผู้โดยสารนักท่องเที่ยวและลูกเรือ กว่า ๒,๐๐๐ คน ขึ้นจากเรือ กระจายไปสนามบินต่างๆ กลับแต่ละประเทศ

กรอบปฏิบัติของไทยกรณีนี้ นายกฯวางไว้ ว่า
-ไม่อนุญาตให้จอด
– แต่ดูแลด้านมนุษยธรรม

การเติมน้ำมัน น้ำดื่ม-น้ำใช้ อาหาร ข้าวของเครื่องใช้-เครื่องบริโภค เจ็บป่วย จัดหาให้ตามต้องการ
ตามที่บริษัทเจ้าของเรือเวสเตอร์ดัมแถลง ๑๓ กุมภา.คือวันนี้ เขาจะนำเรือเทียบท่าแหลมฉบัง



เออ..แปลก …..
ไทยไม่ให้เข้าจอด แต่เรือแถลงจะจอด ตกลงเป็นแบบไหนกันแน่?
น่าตามดูวันนี้!

เท่าที่ฟังเสียงมนุษย์ มีทั้ง ๒ ด้าน คือ ด้านมนุษยธรรม ควรให้เข้ามาจอด
และด้านปลอดภัย-ไม่ประมาท จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ไม่ควรให้เข้ามาจอด

เอาหละ แล้วเราคิดเห็นกันอย่างไร?
แต่อยากบอกว่า การตัดสินใจที่ดี-ที่ถูกต้อง นั้น องค์ประกอบสำคัญที่สุด คือ “ข้อมูลครบด้าน”

ดังนั้น เรามาดู “ที่มา-ที่ไป” เรือสำราญลำนี้ ให้กระจ่างก่อน เมื่อเข้าใจแล้ว คิดเห็นอย่างไร
ก็เป็นแบบ “อิสรภาพแห่งความคิด” สโลแกนบนหัว “ไทยโพสต์” นั่นแหละ

เท่าที่อ่านข่าว เรือสำราญ Westerdam เป็นของ “บริษัท ฮอลแลนด์ อเมริกา ไลน์” ต้นสังกัดอยู่ ไมอามี สหรัฐฯ



เรือก็เหมือนคน ต้องมีสัญชาติ ลำนี้ สัญชาติ “เนเธอรแลนด์-อังกฤษ”
เป็นเรือเดินทางท่องเที่ยว ทริปนี้ ทริปเอเชียตะวันออก ต้นทาง จากสิงคโปร์ ปลายทางที่ ท่าเรือโยโกฮามา

หัวละเฉียดแสน-แสนกว่า ทริปนี้ นักท่องเที่ยว ๑,๔๕๕ คน ลูกเรือ ๘๐๒ คน รวม ๒,๒๕๗ คน ถือว่าไม่มาก
ในจำนวนนี้ มีนักท่องเที่ยวไทย ๑๙ คน ลูกเรือคนไทย ๒ คน

ตามเส้นทางท่องเที่ยว ก็ลอยละล่องดูลมชมวิวไปตามท้องทะเลจีนใต้
แวะกิน ช้อป ใช้ ตามท่าประเทศรายทางไปเรื่อยๆ จุดหมาย จบทริป-ขึ้นฝั่งโยโกฮามา ศูนย์ท่าเรือสำราญ



ที่เป็นเหตุก็ คือ………
ช่วงไวรัสอู่ฮั่นเริ่มระบาด เรือลำนี้ ไปจอดรับนักท่องเที่ยวที่ท่าฮ่องกงอีก ๖๐๐ กว่าคน
พอข่าวไวรัสระบาดเปรี้ยง ญี่ปุ่นตรวจพบเชื้อจากนักท่องเที่ยวเรือไดมอนด์ ที่ท่าโยโกฮามาเข้าอีก
ก็เป็นเรื่องเลย…………

ญี่ปุ่นปิดท่า ห้ามเรือเข้า-ออก เวสเตอร์ดัมพอเหมาะ-พอเจาะ ในเรือมีนักท่องเที่ยวที่แวะรับจากฮ่องกง
ทุกท่าในทะเลจีนใต้ รวมทั้งญี่ปุ่น
“ปฏิเสธ” ให้เรือ “เวสเตอร์ดัม” เข้าจอด!

ฟิลิปปินส์ก็ไล่ ไปเกาหลีใต้ก็ไล่ ไปเกาะกวมก็ไล่ ไปไต้หวันก็ถูก ชิ้ว..ชิ้ว อย่าเข้ามา

สรุปแล้ว เวสเตอร์ดัม สมที่เป็นเรือสำราญ ลอยเท้งเต้งสำเริงไปมากลางทะเล ขึ้นฝั่งที่ไหนไม่ได้เลย!

น่าสงสารใช่มั้ยครับ?
แต่อยากบอก ในฐานะเคยล่องเรือในแปซิฟิก ไม่ต้องไปห่วงหรอก บนเรือนั้น กว้างขวางกว่า ๒-๓ สนามฟุตบอลรวมกัน



จะกิน จะอยู่ จะเที่ยว จะดูหนัง จะเต้นระบำ จะดูละคร จะช้อป กระทั่งจะแก้ผ้า อาบแดด-อาบจันทร์ ในสระกลางทะเล มีให้ “ครบ” ทุกอย่าง

ปิดตาไปปล่อย พอเปิด เผลอๆ นึกว่าอยู่ห้างพารากอน ไอคอนสยาม ขณะมีงานมหกรรม!

ฉะนั้น เมื่อมองรอบด้านแล้ว นายกฯ “อย่าใจอ่อน “หรือยอมให้” คุณพ่อ “ประเทศไหน” เสนอเงื่อนไขที่ไม่สามารถปฏิเสธได้”

ให้ต้องยอมเรือลำนี้เข้ามาจอดแล้วถ่ายคนขึ้นฝั่งได้เป็นอันขาด
“ไม่อนุญาตเข้า” นั่นถูกต้องแล้ว
เพราะเราต้อง Thailand First and Safe

“ตามมุษยธรม” ก็ถูกต้องแล้ว
เครื่องอุปโภค-บริโภค กระทั่งมดหมอตรวจรักษา หยูกยา กัญชาป้ายลิ้น (ด้วยก็ได้) ถ้าบนเรือต้องการ
ได้หมด สดชื่น “หมอหนู” บริการ!



เหตุผลที่ต้อง “ขึงตึง” ไม่หย่อน-ไม่ผ่อนผัน ไม่ใช่ไทยโหด-ไทยหิน หากแต่พิเคราะห์ตามข้อมูลแล้ว
ถึงบนเรือบอกว่า ไม่มีใครป่วย-ใครเป็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ดีใจด้วย ที่ทุกคนปลอดภัย อนามัยแข็งแรง

ในเมื่อชัวร์ว่า ๒ พันกว่าคน “ปลอดไวรัส”…….
แล้วทำไม ญี่ปุ่น-เกาหลี-ฟิลิปปินส์-กวม-ไต้หวัน เขาจึงไล่ส่ง ไม่ยอมให้จอดเลยล่ะ?
แล้วมีเหตุอะไร ที่ไทยประเทศเดียวต้องรับ?
ประเด็นหลักที่ควรคำนึงประกอบ คือ……

“ประเทศไทย” ไม่อยู่ในโปรแกรมของเรือลำนี้ ที่จะแวะให้คนกว่า ๒ พันคน ขึ้นฝั่งเที่ยวมาก่อนเลย
ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอ้างถึง “ความชอบธรรม”

เรือลำนี้ รับนักท่องเที่ยวขึ้นเรือจากฮ่องกงขณะไวรัสระบาด การที่บริษัทอ้าง “ปลอดไวรัส-ไม่มีคนป่วย” นั่นเพียงอ้าง ไม่มีการรับรองจากแพทย์
และข้อควรคิดด้วย……….



เรือเวสเตอร์ดัม “ต้นทาง” อยู่สิงคโปร์ เมื่อมีปัญหา ทำไมไม่กลับไปจอดท่าที่สิงคโปร์ล่ะ ก็ไม่ห่างจากไทย มีเหตุผลใด ต้องมุ่งมาไทย?

ได้ยิน “กรมเจ้าท่า” บอกว่า ยังไม่มีการขออนุญาตเข้ามาในน่านน้ำไทย
หากขออนุญาตมา จะให้เรือทอดสมอบริเวณที่ทิ้งสมอกักกันโรค

ประสาน กรมควบคุมโรค กรมศุลกากร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าคัดกรองผู้โดยสาร, ลูกเรือ ก่อนนำเรือเทียบท่า

ผมว่า “กรมเจ้าท่า” อย่าตีราคาตัวเองเป็น “ตรายาง” แค่นั้นเลย
ถ้าอำนาจเหนือเปลี่ยนมาตรการเป็นโอนอ่อนสั่งมา ก็ถามเขาซีว่า…….

ใครจะรับผิดชอบ ต่อการให้คน “น่าสงสัย” กว่า ๒ พันคน “เข้าประเทศ” แล้วปล่อยให้ออกไป โดยไม่กักไว้ดูอาการก่อน ๑๔ วัน?



ถ้ากัก………
จะเอาที่ ที่ไหน ทั้งหมอ-พยาบาล-เจ้าหน้าที่ มาตรวจเฝ้ารักษาคนกว่า ๒ พันคน โดยธุระมิใช่ของไทย?
แล้วค่าใช้จ่าย ใครจ่าย?

และถ้าใครซักคน จากท่าฮ่องกงได้เชื้อมา ฝรั่งเทวดา ขึ้นท่า ก็ก๋าๆ เป็นตัวแพร่เชื้อ ใครรับผิดชอบ?

ฉะนั้น เรือสำราญนี้ อย่าเลย ไม่มีพันธะในส่วนได้แต่ต้น แล้วเรื่องอะไร จะต้องมารับส่วนเสียแต่ผู้เดียวทั้งหมด?

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ๑๙ คน ลูกเรือ ๒ คน ถือว่า “กลับบ้านเรา” แต่ก็ต้อง “กักตัว” ๑๔ วันก่อน

เรือมาจากสิงคโปร์ ก็ให้เขากลับไปสิงคโปร์

แฟร์สุด ถูกต้อง-ชอบธรรมสุด!

นี่คือการสร้าง “ไทย-มาตรฐาน” เป็นแบรนด์รับประกันมาตรการประเทศปลอดไวรัส ให้ชาวโลกเชื่อมั่น



เมื่อวาน (๑๒ กพ.) ไทยเราก็คืบหน้าไปอีกขั้น กระทรวงสาธารณสุข ของหมอหนู “อนุทิน ชาญวีระกูล”
“นายแพทย์สมบัติ แทนประเสริฐสุข” แพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค
ร่วมกับ “นายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ” อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เชิญทูต ๖๒ ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ, หน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข
กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวม ๒๐ หน่วยงาน เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนวิทยาการและประสบการณ์การด้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ไม่มีใครเชื่อถือไทยผ่านคำพูด……….
แต่ด้วยทำ “มาตรฐาน” วิทยาการแพทย์ไทยเป็นประจักษ์นั่นแหละ
สังคมโลกเชื่อถือ!



การรักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะนี้ รอบๆ โลก ทรงๆ ทรุดๆ
มีแต่ไทยเรานี่แหละ ทรงกับหายวัน-หายคืน

ป่วย๓๓ หายกลับบ้าน ๑๑ ชิลๆ อยู่โรงพยาบาล ๒๒

“เชื้อชั่ว” พวก “ชังชาติ” ก็พอแล้ว……..
อย่าเสี่ยงเป็น “ม้าอารีย์” เอาเชื้อโรคเข้ามาเลย!


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *